Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บิตคอยน์(BTC) ร่วงแตะ 77,603 ดอลลาร์ ก่อนดีดตัวรับข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐ

บิตคอยน์(BTC) ร่วงลงมาแตะระดับต่ำสุดที่ 77,603 ดอลลาร์ ในช่วงระหว่างวันของวันที่ 8 กันยายน ก่อนจะดีดตัวกลับขึ้นมายืนเหนือระดับ 78,000 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง ท่ามกลางความผันผวนที่เพิ่มขึ้นก่อนสหรัฐฯ จะประกาศ ‘ดัชนีราคาผู้ผลิต(PPI)’ และ ‘ดัชนีราคาผู้บริโภค(CPI)’ ประจำเดือนสิงหาคม

หลังจากนั้นราคาบิตคอยน์ฟื้นตัวขึ้นมาอยู่ที่ระดับประมาณ 78,600 ดอลลาร์ ขณะที่ CoinMarketCap รวบรวมข้อมูลราคาปิดของวันที่ 8 กันยายนไว้ที่ 78,849.32 ดอลลาร์ ลดลง 0.36% จากวันก่อนหน้า

สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ(BLS) มีกำหนดประกาศตัวเลข PPI เดือนสิงหาคมในวันที่ 10 กันยายน เวลา 8.30 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ และจะประกาศตัวเลข CPI ในวันที่ 11 กันยายน เวลาเดียวกัน หากคิดเป็นเวลาประเทศไทยจะตรงกับเวลาประมาณ 19.30 น. ของวันที่ 10 และ 11 กันยายนตามลำดับ

ก่อนการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ ตลาดอนุพันธ์ยังเกิดการ ‘บังคับปิดสถานะ’ หรือ liquidation ต่อเนื่อง โดยข้อมูลจาก CoinMarketCap ระบุว่ายอดชำระบัญชีทั้งหมดอยู่ที่ 244.18 ล้านดอลลาร์ ในจำนวนนี้เป็นการปิดสถานะฝั่ง Long ราว 156.77 ล้านดอลลาร์

ขณะที่ Bitcoin.com รวบรวมยอดชำระบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมดในช่วงราคาปรับตัวลงเดียวกันไว้ที่ 264 ล้านดอลลาร์ แบ่งเป็นการปิดสถานะฝั่ง Long ประมาณ 187 ล้านดอลลาร์ และฝั่ง Short ประมาณ 77 ล้านดอลลาร์

ความแตกต่างของตัวเลขทั้งสองแหล่งเกิดจากขอบเขตสินทรัพย์และช่วงเวลาอ้างอิงที่ไม่ตรงกัน ทำให้ยังไม่สามารถสรุปขนาดการชำระบัญชีที่แท้จริงในช่วงเวลาดังกล่าวออกมาเป็นตัวเลขเดียวได้

นอกจากนี้ ‘ยอดสัญญาคงค้าง(Open Interest)’ และมูลค่าการซื้อขายอนุพันธ์ก็อยู่ในระดับสูงเช่นกัน โดย CoinMarketCap ระบุว่ายอดสัญญาคงค้างรวมอยู่ที่ 422.63 พันล้านดอลลาร์ และมูลค่าการซื้อขายอนุพันธ์อยู่ที่ 721.29 พันล้านดอลลาร์

ยอดสัญญาคงค้างหมายถึงขนาดของสัญญาอนุพันธ์ที่ยังไม่ถูกปิดสถานะ ยิ่งตัวเลขนี้สูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีความเป็นไปได้ที่การเคลื่อนไหวของราคาจะกระตุ้นให้เกิดการปิดสถานะจำนวนมากในช่วงเวลาสั้นๆ

เบื้องหลังความเคลื่อนไหวของราคาครั้งนี้คือความกังวลต่อทิศทางเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ หากตัวเลขเงินเฟ้อออกมาสูงกว่าที่คาด ตลาดอาจกลับมากังวลมากขึ้นเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ(Fed)

อย่างไรก็ตาม ตัวเลข PPI และ CPI เดือนสิงหาคมยังไม่ได้ประกาศออกมาจริง จึงยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมเป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว

ฝั่งเหรียญ altcoin หลักเคลื่อนไหวสวนทางกัน โดยอีเธอเรียม(ETH) และโซลานา(SOL) ปรับตัวลดลง ขณะที่ริปเปิล(XRP), ไบแนนซ์คอยน์(BNB) และทรอน(TRX) ปรับตัวเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ตัวเลขราคา ปริมาณการซื้อขาย และยอดชำระบัญชี อาจแตกต่างกันไปตามหน่วยงานที่รวบรวมข้อมูลและช่วงเวลาอ้างอิง การเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงควรพิจารณาความเปลี่ยนแปลงของราคาควบคู่ไปกับตัวเลขฝั่งอนุพันธ์ ณ จุดอ้างอิงเวลาเดียวกัน มากกว่าจะยึดตัวเลขใดตัวเลขหนึ่งเพียงค่าเดียว

ในตลาดอนุพันธ์ ราคาที่ปรับตัวลงมักนำไปสู่การปิดสถานะฝั่ง Long และแรงขายจากการปิดสถานะอาจยิ่งกดราคาลงต่อ ในทางกลับกัน หากฝั่ง Short ถูกบังคับปิดสถานะ ก็อาจทำให้ราคาดีดตัวขึ้นแรงกว่าปกติ ผลลัพธ์ในแต่ละช่วงจึงขึ้นอยู่กับทิศทางของการปิดสถานะเป็นหลัก

ก่อนหน้านี้ในช่วงที่บิตคอยน์เคยซื้อขายเหนือระดับ 78,000 ดอลลาร์ ปัจจัยมหภาคและทิศทางสินทรัพย์เสี่ยงก็เคยถูกหยิบยกเป็นตัวแปรหลักที่กดดันราคาเช่นกัน และครั้งนี้ตารางประกาศตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ก็กลายเป็นอีกปัจจัยที่ต้องติดตามควบคู่ไปกับกรอบราคาระยะสั้น

สำหรับนักลงทุนไทย การแปลงเวลาการประกาศตัวเลขจากเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ มาเป็นเวลาประเทศไทยจึงมีความสำคัญ โดย PPI จะประกาศในวันที่ 10 กันยายน เวลาประมาณ 19.30 น. ส่วน CPI จะประกาศในวันที่ 11 กันยายน เวลาประมาณ 19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย

ทิศทางตลาดในระยะสั้นยังต้องรอดูว่าราคาบิตคอยน์จะยืนเหนือระดับ 78,000 ดอลลาร์ได้หรือไม่ หลังตัวเลขเงินเฟ้อออกมาจริง จากนั้นราคาบิตคอยน์ ยอดสัญญาคงค้าง และขนาดการชำระบัญชี จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามต่อไปในการประเมินทิศทางตลาดระยะสั้น

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1