โครงการคริปโตที่เคยได้รับความสนใจอย่างมากอย่าง ‘พายเน็ตเวิร์ก(Pi Network)’ กำลังเผชิญกับ *วิกฤตรุนแรง* หลังจากมูลค่าเหรียญพาย(Pi) ร่วงลงอย่างหนัก จากระดับสูงสุดในเดือนกุมภาพันธ์ที่ราว 2.99 ดอลลาร์ (ประมาณ 4,370 บาท) เหลือเพียงประมาณ 0.44 ดอลลาร์ (ประมาณ 640 บาท) ในต้นเดือนเมษายน ซึ่งคิดเป็นการลดลงกว่า *85%* และยังร่วงต่อกว่า 20% ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้หล่นจากอันดับท็อป 30 ในมูลค่าตลาด ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากโครงการไม่สามารถพลิกสถานการณ์ได้ อาจลดลงอีกราว *60%* สู่ระดับ *0.10 ดอลลาร์* (ประมาณ 150 บาท)
ต้นตอสำคัญของการปรับฐานราคาครั้งนี้คือ *การเลื่อนเปิดตัวเมนเน็ต* และปัญหาคอขวดในการยืนยันตัวตน (KYC) แม้ทีมงานพายเน็ตเวิร์กจะสัญญาไว้ว่าผู้ใช้งานทุกคนจะสามารถทำธุรกรรมบนเมนเน็ตได้อย่างอิสระ แต่จนถึงตอนนี้ หลายล้านบัญชียังคงถูกจำกัดไม่ให้โอนเหรียญไปใช้งาน ผู้ใช้งานจึงผิดหวังและเริ่มทยอยขายออก ส่งผลให้ *ปริมาณการซื้อขายประจำวันพุ่งขึ้นถึง 5 พันล้านดอลลาร์* หรือประมาณ 7.3 แสนล้านบาท บ่งชี้ถึงความต้องการขายทิ้งในวงกว้าง
อีกหนึ่งปัจจัยกดดันคือ *ไม่ได้รับการจดทะเบียนในตลาดแลกเปลี่ยนหลัก* อย่างไบแนนซ์(Binance) หรือคอยน์เบส(Coinbase) โดยยังถูกจำกัดอยู่เพียงในตลาดขนาดกลาง-เล็ก เช่น OKX และ Gate.io เท่านั้น ซึ่งทำให้ความเชื่อมั่นในตลาดหายไปอย่างต่อเนื่อง ยิ่งไปกว่านั้น *การใช้งานจริงของเหรียญในระบบนิเวศยังไม่ชัดเจน* โครงการต่างๆ อย่าง ไพดาโอสวอป(PiDaoSwap), ซิโตเรียลตี้(Zito Realty) และไพเฟสต์(PiFest) ก็ยังไม่สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงบวกออกมาได้อย่างชัดเจน
สถานการณ์ยิ่งแย่ลงเมื่อเบน โจว(Ben Zhou) ซีอีโอของบิตเกต(Bybit) ได้นำบทความเตือนจากตำรวจจีนเมื่อปี 2023 มาเผยแพร่อีกครั้ง โดยกล่าวหาว่าพายเน็ตเวิร์กเป็น ‘โครงการหลอกลวง’ ที่มุ่งเป้าไปยังผู้สูงอายุ พร้อมเตือนถึงความเสี่ยงในการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลและการกระทบต่อเงินบำนาญ ความเห็นนี้ถูกเผยแพร่อย่างรวดเร็วในเครือข่ายสังคมออนไลน์ จน *ตอกย้ำความรู้สึกด้านลบในกลุ่มนักลงทุน*
ขณะนี้มีการ *ปล่อยเหรียญ PI แล้วกว่า 6.7 พันล้านเหรียญ* โดยมีอุปทานสูงสุดที่วางแผนไว้ถึง 100 พันล้านเหรียญ ทำให้เกิดความเสี่ยงด้าน ‘ปริมาณล้นตลาด’ และอาจก่อให้เกิดการลดค่าอย่างรุนแรง ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า *ความน่าเชื่อถือของโครงการกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงอย่างหนัก* จากความล่าช้าทางเทคนิค, ขาดการจดทะเบียนในตลาดใหญ่, ปริมาณขายที่สูงเกินไป และการพัฒนาในระบบนิเวศที่ไร้ทิศทาง ขณะเดียวกันสัญญาณ RSI ที่อยู่ต่ำกว่า 25 บ่งชี้ว่า พายเน็ตเวิร์กกำลังอยู่ใน *สถานะขายมากเกินไป* และมีโอกาสปรับฐานลงต่ออย่างชัดเจน
นักวิเคราะห์ชี้ว่า ทางออกของพายเน็ตเวิร์กคือ *การปฏิรูปโครงสร้างครั้งใหญ่* ผ่าน KYC ที่เชื่อถือได้มากขึ้นและการเปิดเมนเน็ตอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งนี้ หากไม่มีการพิสูจน์การใช้งานจริงในชีวิตจริง หรือไม่สามารถปิดดีลกับพันธมิตรระดับโลกได้ ก็จะยิ่งยากในการฟื้นฟูความเชื่อใจจากตลาด แม้ราคาปัจจุบันของเหรียญจะอยู่ราว *0.53 ดอลลาร์* แต่ทิศทางโดยรวมยังแสดงถึงภาพขาลงมากกว่าการฟื้นตัว
แม้บางฝ่ายจะยัง *คาดหวังการจดทะเบียนกับคอยน์เบส* แต่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่มองว่ายากที่จะเป็นจริง หากยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาเมนเน็ตและ KYC ได้ เนื่องจากขั้นตอนการขายเหรียญต้องผ่านการยืนยันตัวตน → สร้างกระเป๋าเมนเน็ต → โอนเข้าตลาดอย่าง OKX ซึ่งเป็นกระบวนการที่ยังคง *ยุ่งยากและจำกัดการเข้าถึง*
ถึงแม้จะยังมีผู้ใช้บางรายเชื่อมั่นว่าโครงการจะพลิกฟื้นได้ แต่กระแสหลักในขณะนี้คือ *ความกังวลต่อความอยู่รอดของโครงการในระยะยาว* โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดคริปโตกำลังเผชิญกับภาวะปรับฐานโดยรวม และโครงการที่ไม่สามารถแสดงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนหรือไม่มีประโยชน์ใช้สอยที่จับต้องได้ อย่างพายเน็ตเวิร์ก อาจเป็นรายแรกๆ ที่จะ *พ้นจากวงโคจรของตลาด* ในเร็ววัน ความคิดเห็นจากหลายฝ่ายสะท้อนอย่างชัดเจนว่า นี่คือ ‘บททดสอบความอยู่รอด’ อย่างแท้จริงของพายเน็ตเวิร์กในยุคที่ตลาดเริ่มกลับไปสู่พื้นฐานอีกครั้ง.
ความคิดเห็น 0