ราคาโซลานา(SOL) ร่วงลง 9% ระหว่างวันที่ 28 มีนาคม ถึง 4 เมษายน แต่ในช่วงเวลาเดียวกัน ตัวชี้วัดสำคัญบนเครือข่ายกลับแสดงให้เห็นถึง ‘การเติบโตอย่างแข็งแกร่ง’ บนเครือข่ายออนเชน โดยเฉพาะจำนวนทรัพย์สินที่ฝากไว้ในแอปพลิเคชันแบบไร้ศูนย์กลาง (DApp) และปริมาณการซื้อขายที่ยังคงเหนือกว่าบล็อกเชนคู่แข่ง ส่งผลให้นักลงทุนต่างจับตาว่าความแข็งแกร่งนี้จะสะท้อนสู่ราคาของโทเคนเมื่อใด
แรงขายในรอบดังกล่าวได้รับผลกระทบจากการเลิกล็อกหรือ ‘อันสเตก’ ของโทเคนประมาณ 1.79 ล้าน SOL (คิดเป็นมูลค่าราว 2,620 ล้านบาท) เมื่อวันที่ 4 เมษายน ซึ่งเป็นโทเคนที่ถูกสเตกไว้ตั้งแต่เดือนเมษายน 2021 ขณะที่ราคาอยู่ที่ประมาณ 23 ดอลลาร์ นอกจากนี้ กระแสของเหรียญมีมที่เริ่มแผ่วลง ส่งผลให้เม็ดเงินใหม่จากนักลงทุนหน้าใหม่เริ่มชะลอตัว และเป็นอีกแรงต้านต่อการฟื้นตัวของราคาในระยะสั้น
ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา เหรียญมีมบนโซลานา เช่น WIF, PENGU, POPCAT, AI16Z, BOME และ ACT ร่วงลงกว่า 20% สะท้อนถึงแรงซื้อเชิงเก็งกำไรที่หดหายไปอย่างชัดเจน แม้สถานการณ์จะเปลี่ยนไปในแง่ลบ แต่โซลานากลับแสดงความแข็งแกร่งผ่านค่ารวมของทรัพย์สินที่ล็อกคือ TVL ซึ่งพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2022 ส่วนปริมาณซื้อขายของตลาดแลกเปลี่ยนแบบไร้ศูนย์กลาง (DEX) ก็ยังคงรักษาระดับไว้ได้อย่างมั่นคงในภาวะตลาดที่ผันผวน
ข้อมูล ณ วันที่ 2 เมษายน ชี้ว่า มีการฝากโทเคนมากถึง 53.8 ล้าน SOL ลงใน DApp บนโซลานา เพิ่มขึ้น 14% จากเดือนก่อนหน้า หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 6.5 พันล้านดอลลาร์ (ราว 94,900 ล้านบาท) ซึ่งสูงกว่า BNBเชน ประมาณ 780 ล้านดอลลาร์ (ราว 11,400 ล้านบาท) โดย DApp ยอดนิยมบนเครือข่าย ได้แก่ แพลตฟอร์มสเตกกิ้งจิโต (Jito), ตลาด DEX ชูปิเตอร์ (Jupiter) และบริการสภาพคล่องและกู้ยืมคามิโน (Kamino)
ถึงแม้ราคา TVL โดยรวมของโซลานาจะยังห่างจากระดับ 5 หมื่นล้านดอลลาร์ของอีเธอเรียม(ETH) แต่โซลานากำลังเพิ่ม ‘ความสามารถในการแข่งขัน’ ทั้งกับ BNBเชน, ทรอน(TRON) รวมถึงเลเยอร์ 2 ของอีเธอเรียมอย่างอาร์บิทรัม(Arbitrum) และเบส(Base) ในด้านส่วนแบ่งตลาด DEX โซลานาครองส่วนแบ่ง 24% นำหน้า BNBเชน (12%) และเบส (10%) ตามรายงานโดยบริษัทวิจัย DefiLlama ซึ่งระบุว่า แม้กระแสมีมโทเคนจะลดลง แต่แอคทีฟยูสเซอร์ของโซลานายังคงเชื่อมั่นและใช้งานอย่างสม่ำเสมอ
อย่างไรก็ตาม ปัญหาเรื่อง MEV (Maximum Extractable Value) หรือการเปลี่ยนลำดับคำสั่งในการทำธุรกรรมเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวยังคงเป็นประเด็นถกเถียง แม้จะไม่ใช่ปัญหาเฉพาะของโซลานา แต่บางผู้ใช้งานกังวลว่าผู้ตรวจสอบบางรายอาจได้เปรียบเกินควร โดยผู้วิเคราะห์ข้อมูล DeFi นามว่า Cbb0fe ระบุว่า โซลานาแล็บส์มีแนวโน้มจ่ายผลตอบแทนจากการบริหารโครงสร้างพื้นฐานกระจุกตัวอยู่เพียงบางกลุ่ม ซึ่งอาจนำไปสู่โครงสร้างตลาดที่ ‘ไม่เปิดกว้าง’
อีกด้านหนึ่ง มีข้อเสนอจากผู้พัฒนาหลักของเครือข่ายชูตเตอร์(Shutter Network) อย่าง ลอริง ฮาร์กเนสส์(Loring Harkness) ที่เสนอให้เข้ารหัสธุรกรรมตั้งแต่ก่อนเข้าสู่ mempool เพื่อแก้ปัญหา MEV ตั้งแต่ต้นทาง ขณะเดียวกัน มีนักพัฒนาบางกลุ่มเรียกร้องให้ “ลดอัตราการปล่อยเหรียญ SOL” เพื่อลดความกดดันด้านเงินเฟ้อ เนื่องจากมองว่า MEV ได้สร้างรายได้เพียงพอแก่เครือข่ายแล้ว
ถึงแม้ราคา SOL จะยังไม่สามารถกลับทะลุแนวต้าน 200 ดอลลาร์ที่เคยทำไว้กลางเดือนกุมภาพันธ์ได้ ความเห็นต่าง ๆ ชี้ตรงกันว่า ‘เทคโนโลยีและระบบนิเวศของโซลานา’ ได้บรรลุระดับที่น่าจับตามอง จากการเติบโตของเครือข่ายพื้นฐาน การมีส่วนร่วมของนักพัฒนา และการใช้งานที่ต่อเนื่อง ทำให้โซลานาเสริมความแข็งแกร่งฐานะ DApp อันดับ 2 รองจากอีเธอเรียมได้อย่างมั่นคง
ความคิดเห็น 0