คลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ (SPR) มีน้ำมันดิบ 283 ล้านบาร์เรล ณ สิ้นเดือนกันยายน 2026 คิดเป็นราว 40% ของความจุจัดเก็บ แต่ปริมาณคงคลังเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะประเมินว่าคลังจะจ่ายน้ำมันได้มากน้อยเพียงใดในภาวะฉุกเฉิน
กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ (DOE) ระบุว่า ณ วันที่ 30 กันยายน 2026 คลังมีน้ำมัน 283 ล้านบาร์เรล จากความจุรวม 714 ล้านบาร์เรล น้ำมันดิบถูกเก็บไว้ในถ้ำเกลือใต้ดินในรัฐเท็กซัสและลุยเซียนา
เมื่อนำน้ำมันออกจากถ้ำ พื้นที่ว่างจะถูกแทนที่ด้วยน้ำเกลือ ดังนั้นความเร็วในการระบายน้ำมันสำรองจึงขึ้นอยู่กับสภาพถ้ำและการเดินระบบของอุปกรณ์ เช่น ปั๊มและท่อส่งด้วย ไม่ใช่แค่ปริมาณน้ำมันที่มีอยู่
ระดับ ‘ขั้นต่ำ’ ของคลังสำรองก็ไม่ได้มีตัวเลขเดียว DOE ระบุระดับราว 70 ล้านบาร์เรลเพื่อดูแลถ้ำให้มีความปลอดภัย แต่ตัวเลขนี้ไม่ใช่เกณฑ์ทางการที่ทำให้การระบายน้ำมันฉุกเฉินต้องหยุดลงโดยอัตโนมัติ
สิทธาร์ธ มิสรา(Siddharth Misra) ศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมปิโตรเลียมจากมหาวิทยาลัยเท็กซัส เอแอนด์เอ็ม ประเมินว่าระดับต่ำสุดที่ใช้งานได้จริงอยู่ที่ 250–300 ล้านบาร์เรล ตัวเลขนี้เป็นการประเมินทางเทคนิคของผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่เกณฑ์ที่รัฐบาลกำหนด
ผลสำรวจภาคอุตสาหกรรมสะท้อนความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับปริมาณสำรองขั้นต่ำที่เหมาะสม ผู้ตอบแบบสำรวจของธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาดัลลัส 31% ระบุช่วง 100–150 ล้านบาร์เรล ขณะที่ 19% เลือกช่วง 250–300 ล้านบาร์เรล ความเห็นมีตั้งแต่ต่ำกว่า 50 ล้านบาร์เรลไปจนถึง 300 ล้านบาร์เรล
ปัจจุบันปริมาณน้ำมันอยู่ในช่วงที่ศาสตราจารย์มิสรายกขึ้นมา อย่างไรก็ตาม การเปรียบเทียบตัวเลขเพียงเท่านี้ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าความสามารถในการระบายน้ำมันสำรองลดลงแล้ว
ปริมาณสำรองที่ลดลงมีที่มาจากการระบายน้ำมันครั้งใหญ่ในปี 2022 สำนักงานตรวจสอบบัญชีของรัฐบาลสหรัฐฯ (GAO) บันทึกว่า การระบาย 180 ล้านบาร์เรลหลังรัสเซียรุกรานยูเครนเป็นการถอนน้ำมันต่อเนื่องครั้งใหญ่ที่สุดจนถึงขณะนั้น
DOE ระบายน้ำมันเฉลี่ยวันละ 1 ล้านบาร์เรลเป็นเวลาราว 6 เดือน GAO ชี้ว่าในกระบวนการดังกล่าวต้องมีการบำรุงรักษาอุปกรณ์และประสานงานด้านโลจิสติกส์ อีกทั้งสภาคองเกรสไม่ได้กำหนดเป้าหมายปริมาณสำรองระยะยาว และ DOE ก็ไม่มีแผนระยะยาวเช่นกัน
การระบายน้ำมันในปี 2026 ดำเนินการในรูปแบบแลกเปลี่ยน โดยผู้รับน้ำมันต้องส่งคืนปริมาณเพิ่มเติมในภายหลัง DOE ระบุว่าสหรัฐฯ เข้าร่วมแผนจัดหาน้ำมัน 400 ล้านบาร์เรลที่ประเทศสมาชิกทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เสนอขึ้น เพื่อตอบสนองต่อภาวะชะงักงันของอุปทานจากสงครามอิหร่าน โดยส่วนของสหรัฐฯ อยู่ที่ 172 ล้านบาร์เรล
เมื่อวันที่ 29 กันยายน DOE ประกาศประมูลแลกเปลี่ยนน้ำมันเพิ่มเติมได้สูงสุด 40 ล้านบาร์เรล การประมูลห้าครั้งก่อนหน้ามีการทำสัญญาแล้วมากกว่า 133 ล้านบาร์เรล ส่วนกำหนดส่งมอบน้ำมันจากการประมูลครั้งนี้อยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2026
DOE ระบุว่า ภายใต้สัญญาแลกเปลี่ยนก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ จะได้รับน้ำมันคืนโดยเฉลี่ยมากกว่าที่ให้ยืมไป 25% การแลกเปลี่ยนช่วยลดปริมาณที่ถูกระบายออกไปอย่างถาวร แต่การฟื้นตัวของสต็อกจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อน้ำมันตามสัญญาถูกส่งคืนจริง
การประเมินความสามารถในการรับมือของ SPR จึงต้องพิจารณาทั้งปริมาณน้ำมัน สภาพสถานที่จัดเก็บ ความเร็วในการระบาย ตลอดจนกำหนดส่งมอบและคืนปริมาณน้ำมันที่แลกเปลี่ยน โดย DOE ระบุกำหนดส่งมอบน้ำมันจากการประมูลครั้งนี้ไว้ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2026
SPR คือน้ำมันดิบที่รัฐบาลสหรัฐฯ ถือครองไว้เพื่อรับมือกับภาวะชะงักงันของอุปทาน ในการแลกเปลี่ยน บริษัทจะได้รับน้ำมันไปก่อน แล้วส่งคืนภายหลังพร้อมปริมาณเพิ่มเติมตามสัญญา
ความคิดเห็น 0