071 รีเสิร์ช ซึ่งเป็นองค์กรวิจัยด้านคริปโตและ Web3 ได้เผยแพร่รายงานล่าสุดที่วิเคราะห์ถึงโครงการ 'เฮตู(Hetu)' ซึ่งเป็นความพยายามสร้าง *ระบบนิเวศ AI และวิทยาศาสตร์แบบไร้ศูนย์กลาง* โดยรายงานชี้ว่า โครงการนี้อาจเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยข้ามข้อจำกัดของบล็อกเชนแบบเดิม และวางรากฐานใหม่ให้กับการพัฒนา Web3 ในอนาคต
เฮตูได้รับการออกแบบมาเพื่อจัดการกับปัญหา *รวมศูนย์* ที่แฝงอยู่ในโลกของปัญญาประดิษฐ์(AI) ในปัจจุบัน ซึ่งมักถูกผูกขาดโดยบริษัทยักษ์ใหญ่เพียงไม่กี่ราย ทั้งในด้านของทรัพยากรคอมพิวเตอร์และข้อมูล ส่งผลให้ผู้ให้ข้อมูลและผู้สร้างเนื้อหาไม่ได้รับค่าตอบแทนที่เป็นธรรม อีกทั้งยังเกิดความเสี่ยงเรื่อง *อคติของโมเดล AI* อันเกิดจากผลประโยชน์ของบริษัทเหล่านั้น โดย 071 รีเสิร์ชมองว่า เฮตูเป็นโครงการที่พยายามกำหนดวิธีการใหม่ของการพัฒนา AI ด้วยแนวคิด ‘ไร้ศูนย์กลาง’
หัวใจของโครงการคือกลไก共ใหม่ที่ชื่อว่า *Proof of Contribution Worth (PoCW)* ซึ่งมุ่งแก้ข้อจำกัดของบล็อกเชนแบบเดิมในการบันทึก *ฉันทามติแบบมีปฏิสัมพันธ์หรือ Subjective Consensus* โดยใช้เทคโนโลยี ‘นาฬิกาเชิงตรรกะที่ตรวจสอบได้’ หรือ Validated Logical Clock (VLC) เพื่อวิเคราะห์ลำดับเหตุการณ์และความสัมพันธ์เชิงสาเหตุ(Causality) ของทุกธุรกรรมบนบล็อกเชน ไม่ใช่เพียงแค่เวลาทางกายภาพ จุดนี้ทำให้เฮตูสามารถรองรับการประมวลผลแบบขนาน เพิ่มทั้งประสิทธิภาพและความสามารถในการขยายตัวได้อย่างชัดเจน
แนวคิดของ *ฉันทามติแบบมีปฏิสัมพันธ์* คือ การบันทึก 'การตัดสินใจของกลุ่ม' ที่เกิดขึ้นจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้าร่วมเครือข่าย มากกว่าการตรวจสอบเพียงข้อเท็จจริงทางเทคนิค เพื่อให้เป้าหมายนี้เกิดขึ้นได้จริง เฮตูจึงใช้โครงสร้าง ‘นาฬิกาเวกเตอร์’ และ ‘DOBC (Decaying Onion Bloom Clock)’ ในการแปลงกิจกรรมของผู้เข้าร่วมให้เป็นข้อมูลเวลา จากนั้นจึงนำ VLC ที่ผสานเทคนิค ‘Zero-Knowledge Proof’ มาใช้เพื่อให้ความสัมพันธ์ของข้อมูลทั้งหมดยังคงโปร่งใสและตรวจสอบได้โดยผู้ใช้ทุกคน
ด้วยโครงสร้างนี้ เฮตูสามารถวัด *คุณค่าของการมีส่วนร่วม* ได้ครอบคลุมมากกว่าระบบเดิมที่ใช้แค่การนับพลังประมวลผลหรือมูลค่าสินทรัพย์ โดยสามารถคำนวณทั้งความคิดเห็น ข้อโต้แย้ง ผลการทดลอง หรือแม้แต่การวิพากษ์วิจารณ์ในวงการวิทยาศาสตร์ จึงเหมาะสำหรับการสร้างความร่วมมือแบบกระจายศูนย์ในด้าน AI และวิทยาศาสตร์
ตัวอย่างหนึ่งคือ DAO ที่ชื่อ *ModelDAO* ซึ่งอยู่ในเครือข่ายของเฮตู โดยมีแนวทางให้ชุมชนร่วมพัฒนาแก้ไขและทดสอบโมเดล AI พร้อมระบบรางวัลตาม PoCW สำหรับผู้มีส่วนร่วม ซึ่งถือเป็นการทดสอบ *การกำกับดูแล AI แบบไร้ศูนย์กลาง (DeAI governance)*
ในแง่โครงสร้าง เฮตูไม่ใช้บล็อกเชนเดียว แต่เปิดให้สร้าง *แอปเชนแบบโมดูลาร์* ที่เลือกชั้นการจัดเก็บ ดำเนินงาน และฉันทามติได้ตามวัตถุประสงค์ของแต่ละแอปพลิเคชัน ระบบนี้ให้แต่ละแอปแชร์โครงสร้างพื้นฐานทางความปลอดภัยและ PoCW ของเฮตูได้ โดยไม่จำเป็นต้องสร้างเครือข่ายตรวจสอบของตนเอง ซึ่งช่วยลดอุปสรรคการเข้าร่วมของโครงการใหม่ๆ อย่างมีนัยสำคัญ
แม้ยังอยู่ในช่วง *ทดสอบเครือข่าย (Testnet)* แต่เฮตูตั้งเป้าเปิดใช้งาน *เมนเน็ตภายในไตรมาส 3 ของปี 2025* แม้ข้อมูลเกี่ยวกับโทเคนและรูปแบบแรงจูงใจยังไม่ถูกเปิดเผย แต่ 071 รีเสิร์ชแสดงความเห็นว่า โครงการมีพื้นฐานแนวคิดที่แข็งแกร่งเพียงพอสำหรับการขยายระบบนิเวศจริงหลังเปิดตัว
ในช่วงที่บล็อกเชนชั้นนำหลายรายแข่งขันกันที่ *ความเร็วการประมวลผล (TPS)* โดยไร้ความแตกต่างเชิงโครงสร้าง เฮตูจึงกลายเป็นโปรเจกต์ที่น่าจับตามอง เพราะไม่เพียงมีเทคโนโลยีการสร้างฉันทามติที่ล้ำสมัย แต่ยังสะท้อน *จุดยืนทางสังคม* ของ Web3 ที่เอื้อต่อความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์อย่างเป็นรูปธรรม
*ความคิดเห็น*: ด้วยแนวทางของเฮตูซึ่งพรางระหว่าง DeAI และ DeSci อย่างชัดเจน โครงการนี้อาจกลายเป็น *รากฐานสำคัญของอินเทอร์เน็ตยุคกระจายศูนย์* ที่มีเป้าหมายไม่เพียงแค่เพิ่มประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างโครงสร้างการทำงานร่วมกันที่ยั่งยืนในระดับโลกอีกด้วย
ความคิดเห็น 0