Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ราอูล พาลชี้ยุค ‘เศรษฐกิจ AI’ แยกโลกการเงินเป็นสองขั้ว เขย่าโมเดลเศรษฐกิจเดิม

นักลงทุนมหภาคมอง ‘เศรษฐกิจ AI’ แยกโลกตลาดการเงินเป็นสองทิศทาง

ราอูล พาล(Raoul Pal) นักลงทุนสายมาโครชื่อดัง มองว่าโมเดล ‘ภาวะถดถอย’ แบบเดิมกำลังอธิบายเศรษฐกิจยุคใหม่ได้ไม่ดีอีกต่อไป โดย ‘AI’ กลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของวัฏจักรเศรษฐกิจรอบถัดไป เขาเห็นว่าขณะนี้ตลาดกำลังแยกออกเป็น ‘สองโลก’ ชัดเจน โลกหนึ่งคือภาคอุตสาหกรรมที่ชะลอตัวลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป และอีกโลกคือเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย ‘AI’ และ ‘เศรษฐกิจเชิงปัญญา’ ที่กำลังขยายตัวด้วยความเร็วที่แทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

พาลชี้ว่า การใช้ดัชนีอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิมอย่าง ISM เพื่อประเมินทิศทางเศรษฐกิจเริ่มมี ‘ข้อจำกัด’ เพราะภาพรวมขณะนี้ไม่ได้เคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกันทั้งระบบ ด้านหนึ่งการผลิตภาคอุตสาหกรรมชะลอลงอย่าง ‘นุ่มนวล’ แต่อีกด้าน ธุรกิจที่พึ่งพา ‘AI’ กลับดันตัวเลขการเติบโตและเม็ดเงินลงทุนให้สวนทางกับสัญญาณถดถอย เขามองว่าที่ผ่านมา แม้จะมีคำเตือน ‘เศรษฐกิจถดถอย’ ออกมาอย่างต่อเนื่องแต่ไม่เกิดขึ้นจริง ส่วนหนึ่งมาจากโครงสร้างการเติบโตแบบใหม่ที่ถูกขับเคลื่อนโดย AI นั่นเอง

‘Anthropic’ กับการเติบโตที่เขย่ากรอบคิดเดิมของตลาด

ตัวอย่างที่พาลยกขึ้นมาชัดเจนที่สุดคือ ‘แอนโทรปิก(Anthropic)’ บริษัทพัฒนา AI ระดับแนวหน้า เขาอธิบายว่าการเติบโตของรายได้บริษัทนี้อยู่ในระดับที่เรียกได้ว่า ‘เร็วที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์’ จากจุดเริ่มต้นที่รายได้แทบเป็นศูนย์ ขึ้นมาแตะระดับราว 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในเวลาเพียงประมาณ 3 ปี โดยเฉพาะในช่วง 1 ปีหลัง ที่รายได้พุ่งจากราว 10,000 ล้านดอลลาร์ ไปสู่ระดับ 100,000 ล้านดอลลาร์

พาลมองว่า การเติบโตที่พุ่งขึ้นแบบ ‘เกือบตั้งฉาก’ ของบริษัท AI กำลังทำให้ตลาดต้องกลับมาคิดใหม่ ตั้งแต่เรื่องมูลค่าหุ้น(Earnings Multiple) แนวโน้มกำไร ไปจนถึงวิธีมอง ‘วัฏจักรเศรษฐกิจ’ ทั้งระบบ ปกติแล้ว กำไรบริษัทมักจะขยับช้ากว่า GDP แต่ในกรณีของธุรกิจ AI เส้นโค้งการเติบโตของกำไรกลับชันกว่ามาก จนไม่สอดรับกับกรอบการวิเคราะห์แบบเดิม

"ความคิดเห็น" การเติบโตแบบนี้ทำให้นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามว่า เรากำลังอยู่ใน ‘ซูเปอร์ไซเคิลของเทคโนโลยี’ ที่ทำให้โมเดลเศรษฐกิจสมัยก่อนใช้ไม่ได้เต็มรูปแบบหรือไม่

ค่าเงินอ่อน–สินทรัพย์เสี่ยงพุ่ง เชื่อมโยงกับวัฏจักร AI

พาลยังโยงภาพใหญ่ไปถึงประเด็น ‘การลดค่าของเงิน’ หรือ ‘การถูกทำให้เจือจางของมูลค่าเงินสกุลหลัก’ ซึ่งกลายเป็นอีกปัจจัยที่ผลักดันราคา ‘สินทรัพย์’ ให้สูงขึ้นในระยะยาว เขามองว่าเมื่อเกิดภาวะ ‘ดอลลาร์อ่อนค่า’ ผสมกับสภาพคล่องล้นระบบ สินทรัพย์เสี่ยงอย่าง ‘หุ้น’ ย่อมมีแนวโน้มปรับขึ้น เพราะนักลงทุนเลือกถือสินทรัพย์ที่สามารถป้องกันการเสื่อมค่าของเงินได้ดีกว่า

เมื่อเอาปัจจัยนี้มารวมกับ ‘ความเร็วของการเติบโตในกลุ่มหุ้น AI’ โครงสร้างวัฏจักรรอบนี้จึงแทบไม่เหมือนรอบก่อน ๆ ตลาดจึงไม่ได้มองแค่คำถามว่า ‘เศรษฐกิจจะถดถอยหรือไม่’ แต่เริ่มหันมาถามว่า ‘อุตสาหกรรมไหนที่จะเป็นตัวจริงในการขับเคลื่อนการเติบโต’ มากกว่า

กรณีค่าเงินวอนที่อ่อนค่าลงมาอยู่แถว 1 ดอลลาร์ ต่อ 1,504.20 วอน ก็ถูกเชื่อมโยงเข้ากับภาพนี้เช่นกัน เมื่อเห็นทั้ง ‘ดอลลาร์แข็งค่า’ ความกังวลด้านเงินเฟ้อ และความคาดหวังต่อการเติบโตที่นำโดย ‘AI’ ผสมกัน นักลงทุนจำนวนมากจึงให้ความสำคัญกับ ‘โครงสร้างการเติบโตระยะยาว’ มากกว่าการจับจังหวะขึ้นลงระยะสั้นของเศรษฐกิจ

ท้ายที่สุด ข้อความสำคัญที่พาลต้องการสื่อคือ ตลาดกำลังสะท้อน ‘โครงสร้างการเติบโตใหม่ที่สร้างโดย AI’ มากกว่าที่จะยึดติดกับแบบจำลองเศรษฐกิจแบบเดิม และ ‘AI’ มีแนวโน้มจะยังเป็นตัวแปรหลัก ที่ทำให้ทั้งราคาสินทรัพย์และตัวเลขเศรษฐกิจเคลื่อนไหวในรูปแบบที่ต่างไปจากอดีตอีกพักใหญ่ ‘AI’ จึงไม่ใช่แค่เทรนด์เทคโนโลยี แต่กลายเป็น ‘เฟรมเวิร์กใหม่’ ในการมองภาพเศรษฐกิจโลกไปแล้วในสายตาของนักลงทุนอย่างราอูล พาล

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1