Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

แฮ็กครอสเชนบริดจ์ซ้ำซ้อน สูญ 31.6 ล้านดอลลาร์ ตอกย้ำจุดอ่อนโครงสร้างพื้นฐานคริปโต

รายงานล่าสุดจาก ‘코인텔레그래프’ เมื่อวันที่ 23 ระบุว่าเกิดเหตุแฮ็ก ‘ครอสเชนบริดจ์’ ติดต่อกันภายในช่วงไม่กี่ชั่วโมง ส่งผลให้สินทรัพย์ดิจิทัลถูกขโมยไปรวมราว 31.6 ล้านดอลลาร์ เหตุการณ์นี้เกี่ยวข้องกับบริดจ์ของโปรโตคอลบนอาร์บิทรัม ‘AFX’ และ ‘เวรัส 프로토콜(Verus Protocol)’ สะท้อนให้เห็นอีกครั้งว่าโครงสร้างของ ‘ครอสเชนบริดจ์’ ยังเป็นจุดเปราะบางสำคัญของตลาดคริปโต

ตามข้อมูลของบริษัทความปลอดภัย ‘บล็อกเอด(Blockaid)’ ช่วงประมาณ 21.30 น. (UTC) วันพุธที่ผ่านมา ระบบตรวจจับของบริษัทพบความผิดปกติบนบริดจ์ที่ดำเนินการโดย AFX ส่งผลให้มีการประเมินความเสียหายเบื้องต้นราว 24.15 ล้านดอลลาร์ สตีเฟน โกลด์เฟ더(Stephen Goldfeder) ผู้ร่วมก่อตั้ง ‘ออฟเชนแล็บส์(Offchain Labs)’ อธิบายว่า เหตุโจมตีครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับ ‘เนทีฟบริดจ์’ ของอาร์บิทรัม(Arbitrum) เอง แต่เกิดบนโปรโตคอลของบุคคลที่สามที่ทำงานเชื่อมต่อกับเครือข่าย

อีโด เบน นาทาน(Ido Ben Natan) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบล็อกเอด มองว่าเหตุการณ์ AFX ใกล้เคียงกับ ‘ปัญหาด้านการปฏิบัติงาน (operational security incident)’ มากกว่าช่องโหว่ทางเทคนิคของ ‘สมาร์ตคอนแทรกต์’ เขาชี้ว่า ‘มีการใช้ลายเซ็นของตัวตรวจสอบความถูกต้อง (validator) ที่ถูกต้องตามเงื่อนไขของระบบ แปลว่ากระบวนการยืนยันบนเชนทำงานปกติ’ ในชุมชนด้านความปลอดภัยบนเครือข่ายท้องถิ่น เริ่มมีการตั้งข้อสงสัยว่า ‘กุญแจของตัวตรวจสอบแบบฮอตโวลเล็ต’ อย่างน้อยห้าชุดอาจถูกแฮ็กและนำไปใช้ลงนามธุรกรรมโดยมิชอบ

ไม่กี่ชั่วโมงถัดมา ‘เวรัส 이더리움 브리지(Verus Ethereum Bridge)’ ก็ถูกจู่โจมเป็นรายต่อไป รายงานระบุว่า สินทรัพย์บนบริดจ์รวมมูลค่าประมาณ 7.5 ล้านดอลลาร์ถูกดูดออกจากทุนสำรอง (reserve) ของบริดจ์ สินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบประกอบด้วย อีเธอร์(ETH), tBTC, USD코인(USDC), USD테더(USDt), EURC, MKR และเหรียญเสถียร scrvUSD

บล็อกเอดวิเคราะห์ว่า ‘รูปแบบการโจมตีครั้งนี้’ มีความคล้ายคลึงกับเหตุแฮ็กเวรัสบริดจ์เมื่อเดือนพฤษภาคม ที่ทำให้เกิดความเสียหายราว 11.58 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ที่อยู่กระเป๋าเงินของผู้โจมตีในรอบนี้ไม่ใช่ที่อยู่เดียวกับเหตุการณ์ก่อนหน้า ทีมวิเคราะห์คาดว่าคนร้ายใช้ช่องโหว่ใน ‘เส้นทางการนำเข้า (bridge import path)’ เพื่อหลอกให้ระบบปล่อยสินทรัพย์ฝั่งอีเธอเรียมออกมา โดยไม่ต้องวางหลักประกันจริงบนอีกฝั่งหนึ่งของบริดจ์

การแฮ็กครอสเชนบริดจ์ต่อเนื่องในช่วงเวลาสั้น ๆ ครั้งนี้ ย้ำให้เห็นว่า ‘โครงสร้างพื้นฐานครอสเชน’ ยังคงเป็น ‘จุดอ่อนของตลาดคริปโต’ ที่ดึงดูดแฮ็กเกอร์ เนื่องจากบริดจ์ต้องถือสภาพคล่องปริมาณมากเพื่อรองรับการโอนเหรียญข้ามเชน ทำให้เมื่อระบบถูกเจาะ ความเสียหายจะรุนแรงทันที ‘ความคิดเห็น’ ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยเตือนว่า หากไม่มีการยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยเชิงสถาปัตยกรรม รวมถึงการจัดการกุญแจตัวตรวจสอบและกระบวนการปฏิบัติงานอย่างเข้มงวด เหตุลักษณะเดียวกันนี้มีแนวโน้มจะเกิดซ้ำ และอาจบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อโปรโตคอล ‘ครอสเชนบริดจ์’ ในวงกว้างต่อไป

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1