ตลอดเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีเงินทุนไหลเข้าสู่โครงการสกุลเงินดิจิทัลรวมกว่า 2,670 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.71 แสนล้านวอนเกาหลีใต้) ซึ่งตัวเลขดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนกว่า 85% ของยอดการระดมทุนในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ และยังถือเป็นระดับสูงสุดเป็นอันดับสองเมื่อคิดจากการระดมทุนรายเดือน จุดที่น่าจับตามองในรอบนี้คือกระแสการลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วใน *ปั๊มป์ฟัน(Pump.fun)* และโครงสร้างพื้นฐานของ *สเตเบิลคอยน์*
จากข้อมูลของ DeFiLlama เมื่อเดือนกรกฎาคม เงินทุนที่ไหลเข้าสู่ตลาดคริปโตเติบโตจากเดือนก่อนหน้าราว 6% โดยสามารถระดมทุนได้ถึง 2,670 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับ 2,500 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3.47 แสนล้านวอน) จากเดือนมิถุนายน ซึ่งส่งผลให้เดือนกรกฎาคมกลายเป็นเดือนที่มียอดระดมทุนอันดับสองของปีนี้ รองจากเดือนมีนาคมที่ทำได้ถึง 3,500 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4.86 แสนล้านวอน)
หมวด *การลงทุน* เป็นกลุ่มที่โดดเด่นที่สุด โดยสามารถระดมทุนได้รวม 512 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 7,115 ล้านบาท) ซึ่งในจำนวนนี้ *บิทไมน์(BitMine)* ได้รับถึง 250 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3,475 ล้านบาท) เพื่อแผนการเพิ่มอีเธอเรียม(ETH) เข้าสู่พอร์ตสินทรัพย์ของตนเอง ขณะที่ *Upexi* อีกหนึ่งผู้เล่นรายใหญ่ในตลาด ได้ระดมทุนสูงถึง 200 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2,780 ล้านบาท) เพื่อเสริมพอร์ตด้วยโซลานา(SOL) ด้วยเงินทุนรวมของสองบริษัทนี้ คิดเป็นกว่า 88% ของหมวดการลงทุนทั้งหมด
ด้านธุรกิจ *สเตเบิลคอยน์* ก็ได้รับความสนใจไม่น้อย โดยมีการระดมทุนสูงถึง 352.5 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4,903 ล้านบาท) ในหมวดนี้ แชมป์ผู้ระดมทุน ได้แก่ *OSL กรุ๊ป* จากฮ่องกง ที่ระดมได้ถึง 300 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4,170 ล้านบาท) เพื่อขยายตลาดสู่ระดับโลก ส่วนอีกหนึ่งบริษัทจากฮ่องกงคือ *RD เทคโนโลยีส์(RD Technologies)* ซึ่งมุ่งสร้างระบบการออกและกระจายสเตเบิลคอยน์ตามกฎระเบียบ ได้ทุนสนับสนุนแล้ว 40 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 556 ล้านบาท)
สำหรับภาค *ดีไฟน์(DeFi)* ก็ยังคงเป็นพื้นที่สำคัญของนักลงทุนโดยเฉพาะ *ปั๊มป์ฟัน* ที่สามารถดึงดูดเงินทุนมหาศาล นอกจากนี้ยังมีหลายโปรเจกต์ที่ร่วมระดมทุนรวม 107 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1,487 ล้านบาท) เพื่อเร่งพัฒนา ระบบ CLOB ของ *Kuru* ได้รับทุน 11.6 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 161 ล้านบาท) *GAIB* ที่ต้องการเปลี่ยนผลกำไรจาก GPU เป็นโทเคนระดมได้ 10 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 139 ล้านบาท) และ *Falcon Finance* ซึ่งตั้งเป้าพัฒนาสเตเบิลคอยน์แบบมีหลักประกันเกิน ก็ได้รับทุนในระดับเดียวกัน
ด้าน *โครงสร้างพื้นฐาน* ยังคงเป็นอีกหนึ่งสนามลงทุนที่มีแนวโน้มแข็งแกร่ง *Bitzero* ซึ่งกำลังขยายธุรกิจเหมืองคริปโต ได้เงินทุนจากรอบ Series B ถึง 25 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 347 ล้านบาท) ขณะที่ *xTAO* ได้เพิ่มทุน 22.8 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 317 ล้านบาท) เพื่อสนับสนุนระบบของ *บิทเทนเซอร์(Bittensor)* และ *Soluna* ซึ่งมุ่งพัฒนาเหมืองบิตคอยน์(BTC) แบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ก็ระดมทุนได้อีก 20 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 278 ล้านบาท)
กระแสการลงทุนในเดือนกรกฎาคม สะท้อนให้เห็นถึงการกระจายตัวในหลายกลุ่มธุรกิจ โดยไม่ได้ถูกชี้นำจากกระแสใดกระแสหนึ่งเพียงลำพัง ซึ่ง *ความคิดเห็น* มองว่าสิ่งนี้แสดงถึงความพร้อมของอุตสาหกรรมในการวางรากฐานเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ความสนใจใน *ปั๊มป์ฟัน* และโครงสร้างพื้นฐานของ *สเตเบิลคอยน์* จึงอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการกลับมาเติบโตของตลาดคริปโตในอนาคตอันใกล้
ความคิดเห็น 0