แม้ว่าตลาดคริปโตจะดูเงียบสงบในช่วงนี้ แต่วิเคราะห์ทางเทคนิคของเหรียญหลักอย่าง ริปเปิล(XRP), ดอจคอยน์(DOGE) และอีเธอเรียม(ETH) กำลังส่งสัญญาณที่น่าจับตา ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงของราคาในระดับใหญ่ นักลงทุนควรเตรียมพร้อมต่อความผันผวนทั้งขาขึ้นและขาลงที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
เริ่มที่ ริปเปิล(XRP) มีปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ‘การรวมตัวของค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่’ ได้แก่ ค่าเฉลี่ยระยะ 20 วัน 50 วัน และ 100 วัน เข้ามาใกล้กันมากขึ้น ซึ่งมักเกิดขึ้นก่อนการแกว่งตัวของราคาครั้งสำคัญ แม้ XRP จะทรงตัวในแนวโน้มขาขึ้นในระดับภูมิภาค แต่ปริมาณการซื้อขายที่ต่ำ บ่งบอกถึงพลังงานที่รอการระเบิด หากเหรียญสามารถทะลุแนวต้านของเส้นแนวโน้มขาลงได้อย่างแข็งแกร่ง มีความเป็นไปได้ที่จะพุ่งขึ้นไปแตะระดับ 3.40–3.50 ดอลลาร์ (ประมาณ 4,726,000–4,865,000 บาท) แต่ถ้าต้านไม่ไหว ก็อาจถูกเทขายลงมาที่ระดับ 3.06 ดอลลาร์ (ประมาณ 4,253,000 บาท) หรือรุนแรงกว่านั้นที่ 2.82 ดอลลาร์ (ประมาณ 3,920,000 บาท)
ทางฝั่งของ ดอจคอยน์(DOGE) กำลังเผชิญสัญญาณลบ โดยมีแนวโน้มเกิดรูปแบบ ‘ดับเบิลท็อป’ ซึ่งเป็นสัญญาณกลับตัวขาลง หลังจากไม่สามารถทะลุระดับ 0.30 ดอลลาร์ (ประมาณ 417,000 บาท) ได้ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม และยังทำจุดสูงสุดที่ต่ำลงในช่วงต้นสิงหาคมที่ระดับ 0.27–0.28 ดอลลาร์ (ประมาณ 375,000–389,000 บาท) แม้ว่ากำลังเกิด ‘โกลเดนครอส’ ซึ่งค่าเฉลี่ย 50 วันกำลังตัดขึ้นเหนือ 200 วัน แต่ด้วยกำลังของราคาและปริมาณซื้อขายที่ไม่สนับสนุน จึงอาจเห็นการกลับตัวลงได้ โดยแนวรับสำคัญอยู่ที่ 0.21–0.22 ดอลลาร์ (ประมาณ 292,000–306,000 บาท)
ขณะที่ อีเธอเรียม(ETH) ยังอยู่ในภาวะขาขึ้น หลังจากทะลุระดับ 4,400 ดอลลาร์ (ประมาณ 6,116,000 บาท) ได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม ตัวชี้วัด RSI (Relative Strength Index) กำลังแสดง ‘ไดเวอร์เจนซ์ขาลง’ กล่าวคือ ราคาทำจุดสูงสุดใหม่ แต่ RSI กลับสร้างยอดที่ต่ำลง สะท้อนถึง ‘ความเหนื่อยล้าของเทรนด์ขาขึ้น’ ประกอบกับปริมาณการซื้อขายที่ลดลงในระยะสั้น ยิ่งเพิ่มความเสี่ยง หาก ETH หลุดแนวรับระยะสั้นที่ 4,250–4,300 ดอลลาร์ (ประมาณ 5,908,000–5,977,000 บาท) ก็มีโอกาสจะร่วงลงต่อถึง 3,950–4,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 5,495,000–5,560,000 บาท) อย่างไรก็ตาม หากปริมาณการซื้อขายกลับมาและสามารถลบสัญญาณไดเวอร์เจนซ์นี้ได้ ก็อาจเห็นการฟื้นตัวอีกครั้ง
กล่าวโดยสรุป แม้ราคาของเหรียญทั้งสามจะดูสงบนิ่ง แต่ ‘การวิเคราะห์ทางเทคนิคกำลังเตือนว่าความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่กำลังจะมาถึง’ นักลงทุนจึงควรจับตาปัจจัยสำคัญอย่างปริมาณการซื้อขาย การรวบรวมของค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ และ RSI อย่างรอบคอบ พร้อมจัดการความเสี่ยงจากความผันผวนระยะสั้น เพราะตลาดในตอนนี้อาจ ‘ไม่มั่นคงเท่าที่เห็น’ ความเห็น: ตลาดคริปโตยังไม่เหมาะสำหรับคนที่ตัดสินใจช้า เนื่องจากโมเมนตัมสามารถเปลี่ยนทิศทางได้ตลอดเวลา.
ความคิดเห็น 0