บิตคอยน์(BTC) อาจพุ่งแตะระดับ *1.3 ล้านดอลลาร์* หรือราว *18.07 ล้านบาท* ภายในปี 2035 จากการประเมินระยะยาวโดย *บิตไวส์(Bitwise)* บริษัทจัดการสินทรัพย์คริปโตชั้นนำของสหรัฐ ซึ่งเปิดเผยในรายงาน “Long-Term Capital Market Assumptions” เมื่อไม่นานนี้ รายงานดังกล่าวชี้ว่า ‘ความต้องการจากสถาบัน’, ‘ข้อจำกัดด้านอุปทาน’ และ ‘สภาพแวดล้อมเศรษฐกิจมหภาคทั่วโลก’ คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้บิตคอยน์สามารถแซงสินทรัพย์แบบดั้งเดิมได้ในระยะยาว
บิตไวส์คาดว่าในช่วง 10 ปีข้างหน้า บิตคอยน์จะมีผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีสูงถึง *28.3%* ซึ่งสูงกว่าหุ้น (*6.2%*), พันธบัตร (*4.0%*) และทองคำ (*3.8%*) อย่างมีนัยสำคัญ จากสมมุติฐานดังกล่าว ทำให้บริษัทประเมินว่าบิตคอยน์อาจแตะระดับ 1.3 ล้านดอลลาร์ได้ภายในปี 2035
รายงานยังเสนอภาพรวมในหลายมุม โดยในกรณีตลาดขาขึ้น บิตคอยน์อาจพุ่งแตะ *2.97 ล้านดอลลาร์* (ราว *41.37 ล้านบาท*) ขณะที่ในกรณีตลาดขาลงก็อาจร่วงลงมาเหลือเพียง *88,005 ดอลลาร์* (ประมาณ *1.22 ล้านบาท*) ซึ่งสะท้อนว่าบิตคอยน์ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่ *มีความผันผวนสูง* แม้จะเข้าสู่ระบบการเงินกระแสหลักมากขึ้นแล้วก็ตาม
บิตไวส์ยังเน้นว่า การที่นักลงทุนสถาบันมีบทบาทเพิ่มขึ้นกำลังเปลี่ยนโฉมตลาด โดยปริมาณการถือครองบิตคอยน์ของบริษัท, ผู้จัดการกองทุน และสถาบันการเงินกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น *ไมโครสแตรทิจี(MicroStrategy)* ที่เดินหน้าซื้อบิตคอยน์อย่างจริงจัง ซึ่งจุดนี้จะสอดรับกับ *ลักษณะจำกัดของอุปทาน* ส่งผลต่อแรงกดดันด้านราคาที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
*ความคิดเห็น* เหล่านักวิเคราะห์มองว่า โมเดลของบิตไวส์ไม่ได้เป็นเพียงการคาดการณ์ราคาเท่านั้น แต่ยังแสดงถึง *บทบาทที่บิตคอยน์มีในฐานะสินทรัพย์สำหรับการลงทุนระยะยาว* โดยแผนงานนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนให้ตลาดการเงินยอมรับคริปโตในฐานะส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์พอร์ตฟอลิโอเชิงมหภาคอย่างจริงจัง
ความคิดเห็น 0