มีเหตุการณ์ที่น่าทึ่งเกิดขึ้นในวงการคริปโต เมื่อผู้ลงทุนในอีเธอเรียม(ETH)เมื่อตั้งแต่ 10 ปีก่อน กลับมาขยับกระเป๋าเงินอีกครั้ง โดยพบว่าเขาใช้ทุนเริ่มต้นเพียง 48 ดอลลาร์ (ประมาณ 67,000 บาท) และตอนนี้ถือครองทรัพย์สินมากกว่า 9.6 ล้านบาท การเคลื่อนไหวครั้งนี้ตอกย้ำพลังของการลงทุนระยะยาวในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล
จากรายงานของ Whale Alert เมื่อวันที่ 24 พบว่ากระเป๋าเงินที่เคยถือครองอีเธอเรียมตั้งแต่ช่วง ICO ในปี 2015 ได้กลับมามีความเคลื่อนไหวอีกครั้ง หลังผ่านเวลายาวนานกว่า 10.1 ปี โดยกระเป๋าดังกล่าวถือครอง 158 ETH ซึ่งในอดีตราคาอีเธอเรียมอยู่ที่เพียง 0.31 ดอลลาร์ต่อเหรียญ ปัจจุบันมูลค่าทรัพย์สินเหล่านี้เพิ่มสูงถึง 693,197 ดอลลาร์ หรือประมาณ 9.6 ล้านบาท คิดเป็นผลตอบแทนกว่า 1,444,060% ซึ่งเป็นตัวอย่างของกำไรจาก ‘การถือครองระยะยาว’ อย่างแท้จริง
ในช่วงแรกของการเสนอขายเหรียญ (ICO) นักลงทุนสามารถใช้บิตคอยน์(BTC) 1 เหรียญ แลกได้สูงสุดถึง 2,000 ETH แม้ภายหลังอัตราแลกเปลี่ยนจะปรับเป็น 1 BTC = 1,337 ETH แต่สำหรับนักลงทุนรายนี้ เขายังคงถือครอง 158 ETH ไว้ไม่เคลื่อนไหว โดยครั้งนี้ เขาได้โอนเหรียญเล็กน้อยเพียง 0.001 ETH ไปยังกระเป๋าใหม่ คาดว่าเพื่อทดลองใช้งาน
ในอีกด้านหนึ่ง อีเธอเรียมกำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น โดย ณ เดือนสิงหาคม 2025 ETH มีราคาปรับขึ้นกว่า 70% จากต้นปี สู่ระดับ 4,346 ดอลลาร์ต่อหน่วย (ประมาณ 6.04 แสนบาท) และไม่นานมานี้ก็ทำสถิติราคาสูงสุดใหม่ที่ 4,955 ดอลลาร์ (ประมาณ 6.88 แสนบาท) ความเคลื่อนไหวนี้ส่วนหนึ่งมาจากแรงซื้อของสถาบันการเงิน
ความคิดเห็นจากผู้บริหารของบริษัทด้านการลงทุนอย่าง ‘แวนเอ็ค’ (VanEck) อย่าง แยน แวน เอค(Jan van Eck) ระบุว่า อีเธอเรียมคือ ‘โทเคนแห่งวอลล์สตรีท’ โดยบรรดาธนาคารและองค์กรการเงินหันมาสนใจใช้สเตเบิลคอยน์และระบบชำระเงินดิจิทัลมากขึ้นผ่านอีเธอเรียม ยิ่งไปกว่านั้น ข้อมูลยังเผยว่าในช่วง 30 วันที่ผ่านมา มีเงินทุนไหลเข้าสู่กองทุน ETF ที่ถืออีเธอเรียมในตลาดหุ้นสหรัฐสูงถึง 4.08 พันล้านดอลลาร์ (ราว 5.6 หมื่นล้านบาท) ในขณะที่ ETF ของบิตคอยน์กลับถูกขายออกกว่า 920 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท)
นักวิเคราะห์อย่าง มาร์ตุน(Maartunn) ให้ความเห็นว่า การเคลื่อนย้ายทุนในตลาด ETF ถือเป็นสัญญาณของ ‘การเปลี่ยนแปลงความเชื่อมั่น’ ของนักลงทุนที่หันมาให้ความสำคัญกับอีเธอเรียมมากขึ้น
กรณีของนักลงทุนรายนี้ไม่เพียงแต่แสดงถึงศักยภาพของคริปโตในระยะยาว แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจถึงพลังของ ‘ความอดทน’ ในกลยุทธ์การลงทุน ทั้งยังทำให้อีเธอเรียมเป็นที่สนใจของนักลงทุนทั่วโลกอีกครั้งในฐานะสินทรัพย์ที่มีอนาคต
ความคิดเห็น 0