เครือข่ายอีเธอเรียม(ETH) กำลังส่งสัญญาณ *ขาขึ้น* อย่างชัดเจน โดยได้รับแรงหนุนจากทั้งปริมาณธุรกรรมที่เพิ่มขึ้นและจำนวนการวางเดิมพัน (สเตกกิ้ง) ที่พุ่งขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา จำนวนธุรกรรมที่ดำเนินการบนเครือข่ายแตะระดับสูงสุดของปี สำหรับข้อมูลด้านการวางเดิมพัน เม็ดเงินที่ล็อกอยู่ในระบบก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับการที่หน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ เริ่มกำหนดนิยามและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนยิ่งขึ้นเกี่ยวกับการวางเดิมพันบนระบบบล็อกเชน การที่กฎเกณฑ์มีความชัดเจนขึ้นนี้ ได้กระตุ้นให้นักลงทุนเลือกที่จะ *ถือครองอีเธอเรียมระยะยาว* และนำไปล็อกบนเครือข่ายมากขึ้น
เมื่อวันที่ 5 อีเธอเรียมบล็อกเชนบันทึกจำนวนธุรกรรมต่อวันเกิน 1.8 ล้านรายการ ซึ่งถือเป็นระดับกิจกรรมที่คึกคักที่สุดของปี ขณะที่จำนวนเหรียญอีเธอเรียมที่วางไว้บนเครือข่ายในขณะนี้อยู่ที่ราว 36 ล้านเหรียญ หรือคิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 117.9 พันล้านบาท (คำนวณตามราคาตลาด 1 ETH = 2,250 ดอลลาร์สหรัฐ) ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนถึง *การเปิดใช้งานและความมั่นคงของระบบ* ที่อยู่ในทิศทางบวก ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนุนความมั่นคงในระยะยาวของอีโคซิสเต็มในมุมของความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของผู้ใช้งาน
ขณะเดียวกัน บิตคอยน์(BTC) กลับอยู่ในช่วงปรับฐาน โดยราคาลดลงมากกว่า 5% ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา โดยเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม มีธุรกรรมจากวาฬ (Whale) ในวงเงินกว่า 2.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.75 แสนล้านบาท) ที่ส่งผลให้ตลาดเกิดแรงเทขายฉับพลัน อย่างไรก็ดี ประเทศที่มีการถือครองบิตคอยน์ในปริมาณมากยังคงเดินหน้าซื้อสะสมต่อเนื่อง ในเดือนเดียวกัน กลยุทธ์ของเอลซัลวาดอร์ และบริษัทญี่ปุ่นอย่างเมตาแพลนเน็ต(Metaplanet) ได้มีการซื้อเพิ่มอีก 5,370 BTC สะท้อนถึงความเชื่อมั่นระยะยาวจากผู้เล่นรายใหญ่
สำหรับฝั่งสหรัฐอเมริกา รัฐต่าง ๆ กำลังเร่งออกมาตรการคุ้มครองผู้บริโภค โดยเฉพาะด้าน *ความปลอดภัยในระบบคริปโต* ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวด้านนิติบัญญัติจาก 2 รัฐที่เสนอร่างกฎหมายควบคุม *ตู้ ATM คริปโต* ซึ่งมักตกเป็นเครื่องมือของอาชญากรรม โดยเฉพาะการหลอกลวงผู้สูงวัย ทั้งนี้มีแนวโน้มว่ามาตรการลักษณะนี้อาจขยายผลสู่ระดับประเทศในอนาคต
ภาพรวมข้อมูลในเดือนสิงหาคมนี้สามารถสรุปได้เป็น 3 แกนหลัก ได้แก่ *อีเธอเรียมอยู่ในช่วงขาขึ้น*, *บิตคอยน์ยังอยู่ในภาวะปรับฐาน* และ *ทิศทางกฎระเบียบมุ่งเน้นการควบคุมเข้มข้นยิ่งขึ้น* ตลาดคริปโตฯ กำลังเข้าสู่การปรับสมดุลใหม่ ท่ามกลางกระแสการมีส่วนร่วมจากภาคเอกชน, นโยบายภาครัฐ และความชัดเจนด้านกฎหมาย ซึ่งทั้งหมดนี้อาจวางรากฐานสำคัญสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะถัดไป
ความคิดเห็น 0