อุตสาหกรรมคริปโตในสหรัฐกลับมา ‘เร่งจ้างงาน’ อีกครั้ง หลังแนวทางกฎหมายชัดเจนขึ้นจากกฎหมาย Genius Act ที่เพิ่งผ่านรัฐสภาเมื่อเดือนกรกฎาคมและลงนามโดยประธานาธิบดีทรัมป์ เพื่อจัดระเบียบกฎเกณฑ์เกี่ยวกับสเตเบิลคอยน์ กำลังช่วยดึงดูดบุคลากรที่หลั่งไหลออกนอกประเทศในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาให้กลับมาทำงานในสหรัฐอีกครั้ง
ฮิว นอร์ตันสมิธ(Hugh Norton-Smith) ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทจัดหาบุคลากรคริปโตระดับมืออาชีพ Intersection Growth Partners เปิดเผยว่า หลังจาก ‘ความชัดเจนด้านกฎระเบียบ’ กลับคืนมา มีการย้ายกลับประเทศครั้งใหญ่ของบุคลากรในวงการคริปโต “เมื่อหนึ่งปีก่อน บริษัทคริปโตส่วนใหญ่ในสหรัฐต่างวางแผนย้ายไปดูไบ หรือย้ายมูลนิธิไปยังหมู่เกาะเคย์แมน แต่ตอนนี้กลับกัน สำนักงานในดูไบและสิงคโปร์ทำหน้าที่เหมือนสำนักงานหน้าแนว ส่วนกว่า 90% ของการจ้างงานใหม่กำลังเกิดขึ้นในสหรัฐ” เขาให้ความเห็น
การลงนามใน *Genius Act* ช่วยให้สหรัฐกลับมาเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมคริปโต โดยกำหนดกรอบด้านกฎหมายสำหรับสเตเบิลคอยน์และลดความไม่แน่นอนของกฎระเบียบ ส่งผลให้นักพัฒนาบล็อกเชนและผู้เชี่ยวชาญในแวดวงกลับมาให้ความสนใจตลาดสหรัฐอีกครั้ง
มารีเก้ ฟลาเมนต์(Marieke Flament) อดีตซีอีโอของมูลนิธิเนียร์(NEAR) และปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการมูลนิธิมินา(MINA Foundation) ยืนยันทิศทางดังกล่าวว่าแนวโน้มการจ้างงานคริปโตในสหรัฐชัดเจนขึ้นในปี 2025 พร้อมระบุว่า แม้ตะวันออกกลาง โดยเฉพาะดูไบ ยังมีความต้องการบุคลากรต่อเนื่อง แต่ในยุโรปเริ่มเปลี่ยนมาให้ความสำคัญกับผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ใน ‘ธนาคารแบบเดิมหรือ TradFi’ ควบคู่กับคริปโตมากขึ้น
นอร์ตันสมิธยังเน้นว่า แนวโน้มความต้องการบุคลากรในอุตสาหกรรมคริปโต เริ่มขยายจากนักพัฒนาและฝ่ายกฎหมาย/คอมพลายแอนซ์ ไปสู่สายธุรกิจ เช่น การตลาด การพัฒนาธุรกิจ และพันธมิตรทางการค้า ที่สำคัญคือ บุคลากรที่สื่อสารและเข้าใจทั้งสองโลก — ระหว่างการเงินดั้งเดิมและบล็อกเชน — หรือที่เขาเรียกว่า *‘ผู้บริหารสองภาษา’* กลายเป็นตำแหน่งที่ได้รับความสนใจอย่างมาก
“อุตสาหกรรมคริปโตในตอนนี้มี ‘โครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมใช้งาน’ อยู่แล้ว เราจึงต้องการคนที่สามารถ ‘ผลักดันการขาย และเพิ่มผู้ใช้ในวงกว้าง’ ได้จริง” นอร์ตันสมิธกล่าวปิดท้าย
ความคิดเห็น 0