ปัญหา ‘การซื้อขายจากวงใน’ ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังในตลาดคริปโต กำลังลุกลามจากแค่ช่วงเปิดตัวโทเคน ไปจนถึงระดับการจัดการ ‘คลังสินทรัพย์ดิจิทัล’ หรือ Digital Asset Treasury (DAT) ของบริษัทต่างๆ บางกรณี นักลงทุนบางกลุ่มสามารถเข้าถึงข้อมูลว่า บริษัทใดกำลังจะซื้อเหรียญก่อนที่ข้อมูลจะถูกเปิดเผยสู่สาธารณะ แล้วนำไปใช้เก็งกำไรอย่างไม่เป็นธรรม
เชน มอลลิดอร์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของบริษัทที่ปรึกษาบล็อกเชน ฟอร์กด์(Forgd) เปิดเผยว่า รูปแบบการซื้อขายจากวงในนี้เป็น ‘ส่วนหนึ่งของโครงสร้างตลาด’ เขาระบุว่า “ราคาคริปโตมักเบี่ยงเบนจากมูลค่าที่แท้จริงอย่างรุนแรง ซึ่งไม่ใช่การกระทำจากคนเพียงไม่กี่คน แต่มาจากระบบที่ไม่เคลื่อนไหวบนพื้นฐานของข้อมูลที่ยุติธรรมและโปร่งใส”
มอลลิดอร์ยังเปรียบเทียบวัฒนธรรมการซื้อขายระหว่างตลาดฝั่งตะวันตกและเอเชีย โดยชี้ว่า วิธีการปฏิบัติต่อกฎระเบียบมีความแตกต่างกันอย่างมาก “ตะวันตกจะขออนุญาตก่อนแล้วจึงลงมือทำ ส่วนฝั่งเอเชียจะเลือกลงมือแล้วค่อยแก้ไขที่หลัง” ความเห็นของเขาสื่อถึงลักษณะ ‘เชิงรุก’ ของตลาดฝั่งเอเชียที่อาจมองว่าเป็นความได้เปรียบในระยะสั้น
โดยก่อนหน้านี้ มอลลิดอร์เคยทำหน้าที่ผู้บริหารระดับสูงของเอ็กซ์เชนจ์อย่าง แอสเซ็นเด็กซ์ และ เจมิไน รวมถึงเคยเป็นหัวหน้าทีมเทรดของบริษัทสร้างสภาพคล่องสัญชาติจีนอย่าง เอฟบีจี แคปิตอล ก่อนจะมาก่อตั้งฟอร์กด์ในฐานะ ‘ธนาคารเพื่อการลงทุนด้าน Web3’ ให้คำปรึกษาเรื่องโทเคโนมิกส์ การร่วมมือกับมาร์เก็ตเมกเกอร์ และการเข้าสู่ตลาดของเหรียญใหม่
ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเห็นตรงกันว่า ตลาดคริปโตยังขาดกรอบการเปิดเผยข้อมูลและกฎระเบียบที่ชัดเจนเหมือนตลาดหุ้น ส่งผลให้ ‘การใช้อภิสิทธิ์จากข้อมูลภายใน’ กลายเป็นปัญหาโครงสร้างโดยตรง โดยเฉพาะธุรกรรมเกี่ยวกับคลังสินทรัพย์ดิจิทัลของบริษัทที่เป็นพื้นที่ที่นักลงทุนทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงได้ง่าย ความไม่เท่าเทียมทางข้อมูลแบบนี้อาจนำไปสู่ความเหลื่อมล้ำในการลงทุนอย่างชัดเจน
*ความคิดเห็น:* การซื้อเหรียญของบริษัทในตลาดคริปโตไม่ควรถูกมองข้าม โดยเฉพาะเมื่อตลาดยังไม่มีมาตรฐานด้านข้อมูลหรือการกำกับดูแลที่แข็งแกร่ง ความโปร่งใสจึงเป็นหัวใจสำคัญ หากไม่มี จะยิ่งตอกย้ำข้อครหาว่าตลาดนี้ ‘ไม่ยุติธรรม’ สำหรับนักลงทุนทั่วไป
ความคิดเห็น 0