Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

นักต้มตุ๋นปลอมตัวเป็นทีมสนับสนุนคอยน์เบส(Coinbase) หลอกขโมยคริปโตมูลค่ากว่า 270 ล้านบาทภายใน 1 ปี

นักต้มตุ๋นชาวแคนาดารายหนึ่งที่ปลอมตัวเป็นทีมสนับสนุนของ ‘คอยน์เบส(Coinbase)’ ได้ขโมยสินทรัพย์ดิจิทัลไปมากถึง 270 ล้านบาทภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี โดยเบื้องหลังการแฉครั้งนี้เกิดจากการตรวจสอบของนักสืบบล็อกเชนชื่อดัง ZachXBT ซึ่งสามารถเปิดเผยตัวตนของมิจฉาชีพดังกล่าวได้จากการวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชนและแชตบนโซเชียลมีเดีย

รายงานเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2024 (เวลาท้องถิ่น) ระบุว่า มิจฉาชีพที่ใช้ชื่อออนไลน์ว่า ‘หาบิ(Haby)’ หรือ ‘ฮาร์วาร์ด(Havard)’ ได้ติดต่อผู้ใช้งานผ่านช่องทางอย่างเทเลแกรม(Telegram) โดยอ้างตัวเป็นพนักงานฝ่ายสนับสนุนของคอยน์เบส พร้อมทั้งแจ้งเหตุฉุกเฉินด้านความปลอดภัย เพื่อลวงให้เหยื่อมอบรหัส 2 ชั้นหรือสิทธิ์เข้าถึงกระเป๋าสตางค์

การหลอกลวงครั้งนี้ถือเป็นตัวอย่างชัดเจนของ ‘การหลอกลวงเชิงสังคม’ หรือ social engineering ซึ่งอาศัยความเชื่อใจในแบรนด์ที่น่าเชื่อถือเพื่อเขย่าความมั่นใจของเหยื่อ และนำไปสู่การโอนสินทรัพย์โดยสมัครใจ

ZachXBT เปิดเผยว่าเขาใช้ภาพหน้าจอจากเทเลแกรม, โพสต์โอ้อวดบนโซเชียลมีเดีย และข้อมูลธุรกรรมบนบล็อกเชนในการติดตามเส้นทางของเหรียญที่ถูกขโมย โดยพบว่าหาบิเคยโพสต์ภาพหลังจากขโมยริปเปิล(XRP) จำนวน 21,000 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 6.3 ล้านบาท และในเวลาต่อมาได้ยืนยันธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับอีก 50,000 ดอลลาร์ หรือราว 7.2 ล้านบาท ในลักษณะเดียวกัน ซึ่งมิจฉาชีพพยายามแปลงเหรียญ XRP ที่ได้ มาเป็นบิตคอยน์(BTC) เพื่อปกปิดร่องรอย

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ZachXBT ได้ติดตามที่อยู่บิตคอยน์ 1 แห่งซึ่งถือครองมูลค่าประมาณ 3.4 ล้านบาท โดยมีความสอดคล้องกับสิ่งที่มิจฉาชีพเคยเผยถึงยอดเงินในห้องพูดคุยส่วนตัวมาก่อนหน้านี้ ที่อยู่นี้ยังเชื่อมโยงกับอีกหลายกรณีการหลอกลวงแบบปลอมตัวเป็นคอยน์เบส ส่งผลให้ยอดความเสียหายรวมสูงกว่า 8 ล้านบาท

เขายังสามารถรวบรวม ‘วิดีโอหลักฐาน’ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหาบิติดต่อเหยื่อทางโทรศัพท์โดยใช้สคริปต์ที่เตรียมไว้ รวมไปถึงมีการเปิดเผยบางส่วนของอีเมลและชื่อบัญชีเทเลแกรม ช่วยยืนยันตัวตนของผู้ก่อเหตุได้อย่างชัดเจน ZachXBT ระบุว่า หาบินำเงินส่วนหนึ่งไปใช้เล่นการพนัน จัดงานปาร์ตี้หรู รวมถึงซื้อชื่อผู้ใช้สุดพิเศษในเทเลแกรม โดยพยายามลบหรือเปลี่ยนบัญชีเพื่อหลีกเลี่ยงการติดตาม แต่กลับถูกเปิดโปงเพราะนิสัยชอบโอ้อวดของตนเอง

ในขณะเดียวกัน ที่อินเดีย บริษัทคอยน์เบสกำลังเผชิญกับคดีรั่วไหลของข้อมูลลูกค้าโดยอดีตพนักงานของบริษัทที่ถูกกล่าวหาว่าขโมยข้อมูลผู้ใช้กว่า 70,000 ราย จากการติดสินบนบุคคลในระบบสนับสนุนภายนอก ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการฟื้นฟูความเสียหายที่อาจสูงถึง 444 ล้านบาท โดยมีการเสนอโปรแกรมเงินรางวัลแก่ผู้ที่สามารถให้ข้อมูลเบาะแสเกี่ยวกับผู้กระทำผิด แทนการจ่ายค่าไถ่จำนวน 289 ล้านบาทตามที่คนร้ายร้องขอ

ปัจจุบัน อาชญากรรมเชิงสังคมในวงการคริปโตยังคงระบาดอย่างไม่หยุดยั้ง โดยผู้ร้ายมักใช้ช่องทางอีเมล, ข้อความ หรือแม้แต่การโทรศัพท์ มอบข้อมูลปลอมว่าบัญชีจะถูกปิด และโน้มน้าวให้เหยื่อส่งข้อมูลลับหรือโอนเงินออกจากกระเป๋าของตน

เมื่อเร็ว ๆ นี้ชายวัย 23 ปีจากบรู๊คลิน สหรัฐฯ ก็ถูกตั้งข้อหาฐานหลอกลวงผู้ใช้มากกว่า 100 คน รวมเป็นเงินค่าความเสียหายกว่า 231 ล้านบาท โดยใช้วิธีการที่คล้ายคลึงกัน ทั้งนี้ ทางการสามารถยึดคืนทั้งเงินสดและทรัพย์สินดิจิทัลจากผู้ก่อเหตุได้บางส่วนผ่านการวิเคราะห์ธุรกรรมบนบล็อกเชน

จากผลการสำรวจอุตสาหกรรมพบว่า ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงต้นเดือนธันวาคม 2025 ความเสียหายที่เกิดจากอาชญากรรมประเภทนี้ในวงการคริปโตมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 4.9 หมื่นล้านบาท *คำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญ* คือผู้ใช้ควรระวังการติดต่อที่มาจากช่องทางภายนอก หลีกเลี่ยงการแชร์รหัสผ่านและวลีลับ และติดต่อทีมสนับสนุนผ่านแอปหรือเว็บไซต์อย่างเป็นทางการเท่านั้น

*ความคิดเห็น*: คดีนี้แสดงให้เห็นว่าแม้ในโลกดิจิทัลที่มีเทคโนโลยีความปลอดภัยสูง แต่อาชญากรยังสามารถใช้ ‘กลยุทธ์ทางจิตวิทยา’ ในการหลอกเอาทรัพย์จากผู้ที่ไม่ระวังได้ ดังนั้น ‘ความระมัดระวัง’ และ ‘ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับภัยคุกคาม’ จึงเป็นอาวุธสำคัญของนักลงทุนในยุคคริปโต.

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1