เทเทอร์(Tether)ได้ขยายการถือครองบิตคอยน์(BTC)อีกครั้ง ด้วยการซื้อเพิ่มจำนวน 8,888.88 BTC ในไตรมาส 4 ปี 2025 แม้ตลาดคริปโตจะอยู่ในช่วง ‘พักฐาน’ การเคลื่อนไหวเชิงรุกของผู้ออกสเตเบิลคอยน์รายใหญ่นี้ยังคงมีความต่อเนื่องและสร้างความสนใจในแวดวงนักลงทุนอย่างมาก
เมื่อวันที่ 24 ซีอีโอของเทเทอร์ เปาโล อาร์โดอีโน(Paolo Ardoino) ได้โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม X ว่ามีธุรกรรมย้ายเหรียญจำนวนกว่า 8,888 BTC จากบิทฟิเนกซ์ ไปยังวอลเล็ตเก็บรักษาหลักของบริษัท ซึ่งมูลค่าการซื้อขายดังกล่าวอยู่ที่ประมาณ 778.7 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1.12 ล้านล้านวอนตามค่าประมาณในขณะนั้น
เทเทอร์ที่มีรายได้จากการออกเหรียญ USDT ได้ประกาศตั้งแต่ปี 2023 ว่าจะใช้ *15% ของกำไรสุทธิรายไตรมาสในการลงทุนในบิตคอยน์* การซื้อในครั้งนี้จึงถือเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์นั้น โดยอิงตามผลประกอบการไตรมาสสุดท้ายของปี 2025
จากการซื้อครั้งล่าสุด ทำให้ปริมาณการถือครองบิตคอยน์ของเทเทอร์พุ่งขึ้นเป็น *96,370 BTC* คิดเป็นมูลค่าราว 8.46 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 12.24 ล้านล้านวอน) ซึ่งสูงกว่าบริษัทอีกแห่งที่ถือครองมากที่สุดรองลงมาอย่าง มาราโฮลดิงส์(MARA Holdings) ซึ่งมี 53,250 BTC อยู่ในพอร์ต มูลค่าราว 6.7 ล้านล้านวอน
อย่างไรก็ตาม เทเทอร์ยังตามหลัง *สตราเทจี(Strategy)* บริษัทที่มีบิตคอยน์มากที่สุดในโลกซึ่งนำโดยไมเคิล เซย์เลอร์(Michael Saylor) ที่ได้ซื้อเพิ่มอีก 1,229 BTC ในช่วงสิ้นปีเช่นกัน ส่งผลให้ยอดการถือครองทั้งสิ้นของบริษัทนั้นแตะ 672,497 BTC หรือประมาณ 85.5 ล้านล้านวอนเลยทีเดียว
แม้ในช่วงที่ตลาดคริปโตอ่อนตัวลง บริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้ยังลงทุนอย่าง ‘มั่นคง’ โดยเฉพาะเมื่อราคาบิตคอยน์เคยทำจุดสูงสุดใหม่ในเดือนตุลาคม 2025 แต่หลังจากนั้นก็ปรับฐานลงต่อเนื่อง ปัจจุบันราคาอยู่ที่ราว 87,900 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.27 ล้านบาท) และมีการเคลื่อนไหวช่วง 7 วันที่ผ่านมาลดลง 0.5% สะท้อนถึงภาวะไซด์เวย์
สำหรับตลาดสเตเบิลคอยน์ก็เริ่มนิ่งลงเช่นกัน หลังจากเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2024 มาจนกลางปี 2025 แต่อัตราการเติบโตเริ่มชะลอตั้งแต่ตุลาคมตามข้อมูลจาก DefiLlama โดย USDT ของเทเทอร์ยังคงครองส่วนแบ่งตลาดกว่า *61% จากมูลค่ารวม 3.08 แสนล้านดอลลาร์*
ความคิดเห็น: ความเคลื่อนไหวของเทเทอร์ครั้งนี้ เป็นภาพสะท้อนของกระแส ‘สะสมสินทรัพย์ดิจิทัล’ ในหมู่นักลงทุนสถาบันที่ยังคงชัดเจน แม้อยู่ท่ามกลางความผันผวนของตลาด โดยเฉพาะเมื่อบิตคอยน์ถูกมองว่าเป็น ‘ทองดิจิทัล’ ที่มีบทบาทในระบบการเงินสมัยใหม่มากขึ้นเรื่อย ๆ
ความคิดเห็น 0