อิหร่านใช้คริปโตชำระค่าส่งออกอาวุธเพื่อเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก
รายงานจาก Financial Times เมื่อวันที่ 24 เผยว่า อิหร่านเริ่มเปิดรับ ‘คริปโตเคอร์เรนซี’ เป็นช่องทางการชำระเงินสำหรับการส่งออกอาวุธ โดยเฉพาะยุทโธปกรณ์ระดับสูง เช่น ขีปนาวุธพิสัยไกล โดรน และเรือรบ ถือเป็นครั้งแรกที่รัฐประกาศใช้งานคริปโตอย่างเป็นทางการในธุรกรรมด้านยุทโธปกรณ์ ซึ่งปกติจะต้องดำเนินการผ่านระบบทางการเงินที่ถูกควบคุมอย่างเข้มงวด
แหล่งข่าวระบุว่า หน่วยงานด้านการส่งออกยุทโธปกรณ์ภายใต้กระทรวงกลาโหมของอิหร่าน หรือ “มินเด็กซ์(Mindex)” มีการเสนอสกุลเงินดิจิทัลเป็นหนึ่งในวิธีชำระเงินให้กับลูกค้าต่างชาติ ควบคู่กับการแลกเปลี่ยนสิ่งของ (barter) และเงินเรียลของอิหร่าน โดยมีการเปิดแพลตฟอร์มออนไลน์ที่แสดงรายการยุทโธปกรณ์ครบครัน ตรงเป้าไปยังประเทศกว่า 35 แห่ง
ในรายการอาวุธที่เสนอขาย มีทั้งขีปนาวุธ ‘เอมาด’, โดรน ‘ชาเฮด’, เรือรบชั้น ‘ชาเฮด โซเลมานี’ และระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบพิสัยใกล้ นอกจากนี้ยังมีอาวุธย่อยอื่นๆ เช่น ปืน, จรวด, และขีปนาวุธต่อต้านเรือ ที่บางรายการเคยถูกระบุว่ามีความเชื่อมโยงกับกลุ่มติดอาวุธในตะวันออกกลางจากรายงานของรัฐบาลตะวันตกและองค์การสหประชาชาติ
แหล่งข่าวยังเปิดเผยว่า ขั้นตอนการซื้ออาวุธจากมินเด็กซ์มีลักษณะพิเศษ โดยผู้ซื้อสามารถต่อรองเงื่อนไขการใช้งานอาวุธในสถานการณ์สงคราม และขอดูสินค้าจริงในอิหร่านได้ แต่ต้องได้รับอนุมัติจากหน่วยงานความมั่นคงของประเทศตนก่อน
*คริปโตเคอร์เรนซี* จึงเริ่มถูกจับตามองในฐานะเครื่องมือสำคัญของประเทศที่ถูกคว่ำบาตร ในการเลี่ยงระบบการเงินโลกแบบดั้งเดิม ล่าสุด กระทรวงการคลังสหรัฐประกาศเมื่อเดือนกันยายน 2025 ว่าจะขยายการคว่ำบาตรต่อเครือข่ายการเงินเงาและนิติบุคคลปลอมในต่างประเทศที่สนับสนุนกิจกรรมทางทหารของอิหร่าน รวมถึงธุรกรรมผ่านคริปโต
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายผู้ซื้อก็อาจเผชิญความเสี่ยงไม่น้อย เนื่องจากการชำระเงินให้อิหร่านผ่านระบบการเงินปกติ อาจทำให้ถูกสหรัฐและชาติพันธมิตรเพิ่มรายชื่อคว่ำบาตร ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงบริการธนาคารและเครือข่ายการค้าระดับโลก
การเคลื่อนไหวของอิหร่านยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในตลาดอาวุธโลก โดยสถาบันวิจัยสันติภาพนานาชาติสตอกโฮล์ม(SIPRI) รายงานว่า การส่งออกอาวุธของรัสเซียลดลงถึง 64% ในช่วงปี 2020-2024 เมื่อเทียบกับช่วงปี 2015-2019 ขณะที่อิหร่านไต่อันดับขึ้นมาเป็นผู้ส่งออกอาวุธรายใหญ่อันดับ 18 ของโลก
ในรายงานประจำปี 2024 ของสถาบันแอตแลนติกเคาน์ซิล ยังระบุว่า “อิหร่านกำลังกลายเป็นตัวเลือกหลักแทนที่รัสเซียในตลาดอาวุธ ส่งผลให้วอชิงตันจำเป็นต้องเร่งวางยุทธศาสตร์จำกัดอิทธิพลของเตหะราน” โดยเฉพาะเมื่อ ‘คริปโต’ เริ่มถูกใช้เป็น ‘โครงสร้างพื้นฐานการชำระเงิน’ ในการซื้อขายอาวุธ ซึ่งยิ่งทำให้ประสิทธิภาพของมาตรการคว่ำบาตรถูกตั้งคำถาม และสะท้อนถึงความท้าทายของทรัพย์สินดิจิทัลในมุมความมั่นคงระหว่างประเทศ
*ความคิดเห็น:* กรณีของอิหร่านเป็นตัวอย่างที่จับต้องได้ว่า ‘คริปโตเคอร์เรนซี’ ไม่ได้จำกัดอยู่ในภาคการเงินหรือการลงทุนอีกต่อไป แต่กลายเป็นเครื่องมือทางกลยุทธ์ในระดับประเทศ ที่อาจเปลี่ยนรูปแบบของการค้า การคว่ำบาตร และความมั่นคงโลกในอนาคต
ความคิดเห็น 0