ตลาดคริปโตเปิดศักราชใหม่อย่างคึกคักเมื่อ บิตคอยน์(BTC), อีเธอเรียม(ETH) และเหรียญหลักอื่นๆ พุ่งขึ้นแรงในการซื้อขายวันแรกของปี ส่งสัญญาณ ‘เริ่มต้นดี’ สำหรับปี 2026 โดยเฉพาะกลุ่มเหรียญมีมอย่าง ดอจคอยน์(DOGE) และเปเป้(PEPE) ที่ทำผลงานโดดเด่นด้วยการเพิ่มขึ้นเป็นตัวเลขสองหลัก ดึงดูดนักลงทุนกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง
หลังจากตลาดซบเซาในช่วงสิ้นปี บรรยากาศในช่วงต้นปีได้พลิกกลับสู่โหมด ‘เสี่ยงได้เสี่ยง’ ทำให้ราคาคริปโตส่วนใหญ่ฟื้นตัวได้อย่างชัดเจน โดย บิตคอยน์ ขยับขึ้นประมาณ 2.2% สู่ระดับ 89,900 ดอลลาร์ และเคยแตะสูงสุดที่ 90,788 ดอลลาร์ในวันเดียวกัน ส่วน อีเธอเรียม เพิ่มขึ้นถึง 4.4% มาอยู่ที่ประมาณ 3,120 ดอลลาร์
เหรียญทางเลือก (Altcoin) หลายตัวเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกัน โซลานา(SOL) พุ่งขึ้น 5%, ไบแนนซ์คอยน์(BNB) ขยับ 3%, และ ริปเปิล(XRP) เพิ่มขึ้นเกือบ 6% ทำให้ทั้ง 10 อันดับแรกของคริปโตตามมูลค่าตลาดส่วนใหญ่ปิดแดนบวก พร้อมด้วยเหรียญขนาดเล็กที่เริ่มตอบสนองต่อเงินทุนใหม่
สำหรับแนวโน้มที่ชัดเจนในวันแรกของปี ต้องยกให้กับกลุ่มเหรียญมีม โดยเฉพาะ เปเป้(Pepe) ที่พุ่งพรวดถึง 30% ขณะที่ ดอจคอยน์(DOGE) และเอเธนา(ENA) ก็ไม่แพ้กันด้วยการเพิ่มขึ้น 11% เท่ากัน สะท้อนว่าหลังจากปี 2025 ที่เหนื่อยล้ามาก เหรียญมีมกำลังได้รับแรงหนุนจากกระแสใหม่ในหมู่นักลงทุน
ในทางตรงกันข้าม สินทรัพย์สายความเป็นส่วนตัว (Privacy Coin) บางส่วนนั้นกลับอ่อนตัวลง โดย จีแคช(ZEC) ที่เคยโดดเด่นในปีที่แล้ว ร่วงลงประมาณ 6.6% ซึ่งถือว่ามากที่สุดในกลุ่มเดียวกัน ขณะเดียวกัน ไฟล์คอยน์(FIL) และคันทอนเชน(CC) ก็ลดลง 3.4% และ 3% ตามลำดับ
ด้านตลาดอนุพันธ์ของคริปโตมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเช่นกัน โดยมูลค่าการ ‘ล้างพอร์ต’ หรือการบังคับขายตำแหน่งที่ขาดทุนโดยอัตโนมัติอยู่ที่ 390 ล้านดอลลาร์ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยในจำนวนนี้มีถึง 325 ล้านดอลลาร์ที่มาจากฝั่งที่เล่น ‘ชอร์ต’ ซึ่งคาดว่าราคาจะลดลง
เหรียญที่ถูกล้างพอร์ตมากที่สุดคือ อีเธอเรียม ด้วยมูลค่าสูงถึง 126 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ บิตคอยน์ ก็ตามมาติดๆ ที่ 120 ล้านดอลลาร์ ส่วนเหรียญมีมที่ราคาพุ่งแรงก็ไม่รอดจากการบังคับขายเช่นกัน
ในฝั่งของกองทุน ETF สะท้อนความเคลื่อนไหวที่หลากหลาย โดยเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม มีการไหลออกของเงินจาก บิตคอยน์ ETF ราว 348 ล้านดอลลาร์ และจาก อีเธอเรียม ETF อีกกว่า 72 ล้านดอลลาร์ แต่ในทางตรงกันข้าม ETF ที่อ้างอิงริปเปิลและโซลานากลับได้รับเม็ดเงินใหม่เข้ามา 56 ล้านดอลลาร์ และ 22 ล้านดอลลาร์ ตามลำดับ
‘ความคิดเห็น’ การโยกย้ายเงินลงทุนนี้ ชี้ให้เห็นว่า นักลงทุนเริ่มมองหาความเป็นไปได้ในเหรียญที่เฉพาะเจาะจง มากกว่าเกาะกระแสแค่บิตคอยน์ ข้อมูลจากหลายกระดานเทรดยังพบว่ากิจกรรมการซื้อขายเหรียญมีมและเหรียญสายเลเยอร์ 1 กลับมาคึกคักอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ก็ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยเมื่อวันที่ 2 ประธานาธิบดีทรัมป์ ออกมากล่าวเตือนต่อการใช้กำลังโดยทางการอิหร่านว่า สหรัฐฯ พร้อมจะเข้าแทรกแซงหากสถานการณ์บานปลาย ในอีกด้าน หน่วยข่าวต่างประเทศรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตเพิ่มในเขตเฮอร์ซอนของรัสเซียจากการโจมตีด้วยโดรนของยูเครน
เหตุการณ์เหล่านี้ หนุนให้สินทรัพย์ปลอดภัยอย่าง ทองคำ และเงิน ปรับตัวขึ้น โดยทองคำขยับมาอยู่ที่ 4,338 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่เงินและแพลตินัมเพิ่มขึ้น 0.66% และ 3.6% ตามลำดับ
ตามรายงานจาก CoinGecko มูลค่ารวมของตลาดคริปโตทั่วโลกตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 3.15 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 2.8% จากวันก่อนหน้า โดยมีปริมาณการซื้อขายเกิน 125,000 ล้านดอลลาร์ บิตคอยน์ถือครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 57% ขณะที่ อีเธอเรียม ครองอยู่ที่ 11.9%
‘ความคิดเห็น’ การกลับมาของแรงซื้อในกลุ่ม Altcoin อาจเป็นสัญญาณว่าตลาดกำลังเตรียมตั้งหลักใหม่หลังฟอร์มตกในปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม การพุ่งของเหรียญมีมย่อมมาพร้อมความผันผวน ซึ่งนักลงทุนควรจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะสั้น โดยเฉพาะปัจจัยจาก ETF และข่าวสารระดับโลกที่อาจสั่นคลอนความเชื่อมั่นได้ตลอดเวลา
ความคิดเห็น 0