บิตคอยน์(BTC) กลับมาแตะระดับ 92,000 ดอลลาร์อีกครั้ง หลังเกิด *ความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์* แบบฉับพลันเมื่อสหรัฐฯ ประกาศเข้าแทรกแซงเวเนซุเอลา ส่งผลให้ตลาดทั่วโลกเกิดกระแส ‘ปรับมุมมองความเสี่ยง’ ซึ่งช่วยหนุนราคาสินทรัพย์ดิจิทัลและหุ้นให้ฟื้นตัวพร้อมกัน โดยเฉพาะในตลาดเอเชียช่วงเปิดการซื้อขายวันจันทร์
เมื่อวันที่ 6 (เวลาท้องถิ่น) ราคาบิตคอยน์พุ่งขึ้น 1.2% ไปแตะระดับสูงสุดที่ 92,947 ดอลลาร์ หรือราว 1.34 ล้านบาท อีเธอเรียม(ETH) ปรับขึ้น 0.4% อยู่ที่ 3,163 ดอลลาร์ ขณะที่ริปเปิล(XRP) กระโดดขึ้น 3.1% สู่ระดับ 2.12 ดอลลาร์ มูลค่าตลาดรวมของคริปโตทั้งหมดเพิ่มขึ้น 0.9% แตะระดับ 3.23 ล้านล้านดอลลาร์ หรือราว 4,675 ล้านล้านบาท
ต้นเหตุของการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วนี้คือคำแถลงของ *ประธานาธิบดีทรัมป์* ซึ่งระบุว่าสหรัฐฯ ได้เข้าควบคุมดูแลเวเนซุเอลาชั่วคราว หลังจับกุมประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร(Nicolas Maduro) และภรรยา พร้อมนำตัวส่งขึ้นศาลในนิวยอร์กในข้อหาเกี่ยวข้องกับ *การสมคบคิดก่อการร้ายผ่านการค้ายาเสพติด*
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ชี้ว่าการค้ายาเสพติดได้กลายเป็นแหล่งอำนาจของชนชั้นปกครองในเวเนซุเอลามายาวนาน และการยื่นมือเข้าแทรกแซงครั้งนี้ 'มีความชอบธรรม' ทำให้บรรยากาศโดยรวมของตลาดเกิดการเปลี่ยนแปลง นักลงทุนหันกลับมาให้ความสนใจกับ ‘สินทรัพย์ทางเลือก’ อาทิบิตคอยน์ มากขึ้น
ในด้านตลาดพลังงาน ความไม่แน่นอนจากประเทศเจ้าของปริมาณสำรองน้ำมันมากที่สุดในโลกกว่า 303,000 ล้านบาร์เรล ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมทันที ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ร่วงลงกว่า 1% ก่อนปิดตลาดเพียง -0.25% ส่วนราคาน้ำมัน WTI (เวสต์เท็กซัส) ปิดลบ 0.4% เทรดเดอร์หลายรายกำลังประเมินว่าเหตุการณ์นี้จะกระทบต่อปริมาณการส่งออกน้ำมันของเวเนซุเอลาเพียงใด
ตลาดหุ้นในเอเชียปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยญี่ปุ่นนำทีมพุ่งขึ้นถึง 2.8% ขึ้นทดสอบระดับสูงสุดในรอบสองเดือน เกาหลีใต้และไต้หวันก็ปรับขึ้นกว่า 2% เช่นกัน ดัชนี MSCI ของตลาดเกิดใหม่ในเอเชียไม่รวมญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 1.2% ซึ่งสะท้อนว่า *แรงซื้อกำลังกลับเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง* อย่างคึกคัก อย่างไรก็ตาม หุ้นฮ่องกงขยับขึ้นเพียง 0.1% จากแรงกดดันของหุ้นพลังงาน และออสเตรเลียเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.1%
ในฝั่งของตลาดคริปโต การไหลกลับของเงินทุนสถาบันผ่านกองทุน ETF กลายเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันสำคัญ โดย *มัดเร็กซ์(Mudrex)* บริษัทวิเคราะห์สินทรัพย์ดิจิทัล รายงานว่า ETF ต่าง ๆ มีเงินไหลเข้าสูงถึง 646 ล้านดอลลาร์ หรือราว 936 ล้านบาทภายในช่วงไม่กี่วัน “นี่คือสัญญาณว่า *ทุนสถาบันกำลังกลับมาเร่งเก็บสะสม* และอาจเป็นการปรับฐานเชิงโครงสร้างของตลาดอีกครั้ง” อักชัต สีดานต์ หัวหน้านักวิเคราะห์ควอนท์ของบริษัทกล่าว
เขายังเสริมว่า “ดัชนี *ความกลัว-ความโลภ* (Fear-Greed Index) ก็ฟื้นขึ้นมาอยู่ใน *โซนกลาง* เป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนตุลาคม” ปัจจุบันบิตคอยน์เคลื่อนไหวอยู่แถวระดับ 92,800 ดอลลาร์ หากสามารถปิดรายวันเหนือระดับ 93,700 ดอลลาร์ *เส้นทางสู่เป้าหมาย 100,000 ดอลลาร์* หรือประมาณ 1.44 ล้านบาทก็จะชัดเจนมากขึ้น ทั้งนี้ แนวรับสำคัญยังอยู่ที่บริเวณ 88,500 ดอลลาร์ หรือราว 1.28 ล้านบาท
*ความคิดเห็น*: สำหรับนักลงทุนที่เน้นจับจังหวะการลงทุนในคริปโต เหตุการณ์นี้ย้ำให้เห็นถึงความไวต่อ ‘ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์’ ของตลาด และยืนยันอีกครั้งว่า บิตคอยน์ยังคงถูกมองเป็นสินทรัพย์ป้องกันความไม่แน่นอนอยู่เสมอ
‘บิตคอยน์(BTC), ETF, เวเนซุเอลา, ประธานาธิบดีทรัมป์, ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์’ จะยังคงเป็นคำสำคัญที่ควรจับตาสำหรับช่วงเวลานี้ โดยเฉพาะเมื่อตลาดกำลังกลับเข้ารูปแบบ ‘Risk-on’ และเงินทุนสถาบันเริ่มกลับมามีบทบาทอีกครั้ง.
ความคิดเห็น 0