ในขณะที่ชุมชนบิตคอยน์(BTC)ทั่วโลกเฉลิมฉลอง ‘วันเจเนซิส(Genesis Day)’ ซึ่งถือเป็นวันเกิดของบล็อกแรกของบิตคอยน์ สหรัฐกลับต้องเผชิญข่าวเศรษฐกิจที่ไม่เป็นมงคลนัก เมื่อยอดหนี้รวมของรัฐบาลกลางทะลุระดับ ‘38 ล้านล้านดอลลาร์’ อย่างเป็นทางการ เหตุการณ์สองฝั่งโลกที่ดูตรงข้ามกันนี้ สะท้อนความแตกต่างอย่างลึกซึ้งระหว่างระบบการเงินแบบจำกัดปริมาณของคริปโต กับระบบเงินดอลลาร์ที่เปิดทางให้ขาดดุลได้ไม่จำกัด
เมื่อวันที่ 3 (เวลาท้องถิ่น) ตามข้อมูลจากกระทรวงการคลังสหรัฐ เผยว่าหนี้สาธารณะของรัฐบาลกลางรวมอยู่ที่ระดับ 38 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในประวัติศาสตร์ ทั้งนี้ เมื่อช่วงต้นปี 2024 ตัวเลขหนี้ยังอยู่ที่เพียง 34 ล้านล้าน แต่ภายในเวลาไม่ถึง 2 ปี มูลค่าหนี้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยวันละประมาณ 6 พันล้านดอลลาร์ โดยผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ปัจจัยเบื้องหลังได้แก่โครงสร้างงบขาดดุลเรื้อรัง ต้นทุนดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น และกฎหมายใช้จ่ายขนาดใหญ่ที่ผ่านรัฐสภาอย่างต่อเนื่อง
ตัวเลขหนี้ที่รวมหนี้ต่อสาธารณะและพันธบัตรที่กองทุนรัฐบาลถือครองนี้ ไม่เพียงแค่สะท้อนภาระงบประมาณ แต่ยังบ่งชี้ความเปราะบางเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจสหรัฐด้วย ความเห็นบางส่วนระบุว่า หากไม่มีการปรับโครงสร้างทางการคลังอย่างจริงจัง หนี้ระดับนี้อาจกระทบต่อความสามารถการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจในระยะยาวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในอีกด้านของโลก วันเดียวกันนี้ ชุมชนคริปโตได้กลับมารำลึกถึง “เจเนซิส บล็อก” ของบิตคอยน์ ซึ่งถูกขุดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2009 โดยบล็อกดังกล่าวบรรจุข้อความพาดหัวจาก The Times ที่ระบุว่า “Chancellor on brink of second bailout for banks” ซึ่งสะท้อนบทวิจารณ์ต่อระบบการเงินภายใต้การควบคุมของรัฐ และกลายเป็นสัญลักษณ์ของอุดมการณ์ ‘ไร้ศูนย์กลาง’ ที่บิตคอยน์ยึดถือมาจนถึงปัจจุบัน
บรรดาผู้สนับสนุนบิตคอยน์มองว่าสถานการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาที่ชัดเจนในการเปรียบเทียบ: ในขณะที่บิตคอยน์มี ‘อุปทานจำกัด’ เพียง 21 ล้านเหรียญ ระบบดอลลาร์กลับสามารถพิมพ์เงินได้ไม่รู้จบ หนึ่งในผู้ใช้บนโซเชียลมีเดียกล่าวว่า “บิตคอยน์ยิ่งผ่านเวลายิ่งมีมูลค่ามากขึ้น แต่ดอลลาร์กลับซื้อของได้น้อยลงเรื่อย ๆ” *ความคิดเห็น*
สถานการณ์ล่าสุดยังส่งผลต่อภาพลักษณ์ของบิตคอยน์ในฐานะ ‘ทองคำดิจิทัล’ ที่สามารถใช้ ‘เฮดจ์’ ความเสี่ยงจากภาระหนี้ในระดับสูงได้ นักลงทุนบางกลุ่มเริ่มพิจารณา BTC เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยคล้ายทองคำ โดยเฉพาะในยุคที่ความไม่แน่นอนทางการเงินกลับมาเร่งตัวอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์สายดั้งเดิมเตือนว่า หนี้ระดับสูงอาจฉุดเศรษฐกิจผ่านกลไกดอกเบี้ยขาขึ้น การเบรกนโยบายการคลัง และภาวะชะลอตัวทางเศรษฐกิจ
ในขณะนี้ บิตคอยน์ซื้อขายอยู่ที่ระดับประมาณ 91,487 ดอลลาร์ โดยตลาดกำลังจับตาว่า ปัจจัยอย่างการเลือกตั้งสหรัฐและทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ จะส่งผลอย่างไรต่อทิศทางราคาของคริปโตในปีนี้
*ความคิดเห็น* สถานการณ์ล่าสุดตอกย้ำบทบาทของสินทรัพย์ที่มีความ ‘หายาก’ อย่างบิตคอยน์และทองคำ โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับกระแสขาดดุลที่เรื้อรังและดอกเบี้ยที่กดดันงบประมาณของรัฐอย่างต่อเนื่อง ขณะที่วันเจเนซิสในแต่ละปี ทำหน้าที่เสมือน ‘บันทึกความทรงจำ’ ทางการเงินของโลกที่ย้ำเตือนถึงทางเลือกใหม่ในโลกการเงินที่ยังคงขยายตัวอย่างไม่หยุดยั้ง
ความคิดเห็น 0