บิตคอยน์(BTC) ขึ้นแตะระดับ 90,000 ดอลลาร์ หรือราว 1.3 ล้านบาทในช่วงต้นปี ท่ามกลางกระแสราคาฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม มีความกังวลเพิ่มขึ้นว่าการพุ่งขึ้นของราคาครั้งนี้อาจไม่ได้เกิดจากแรงซื้อของนักลงทุนรายใหญ่หรือที่เรียกว่า ‘วาฬ’ ซึ่งข้อมูลล่าสุดชี้ว่าปริมาณบิตคอยน์ที่วาฬถือครองกลับลดลง แทนที่จะเพิ่มขึ้นตามแนวโน้มราคา
เมื่อวันที่ 4 บริษัทวิจัยคริปโตระดับโลกอย่างคริปโตควอนต์ (CryptoQuant) เผยข้อมูลผ่าน X โดยฮูลีโอ โมเรโน หัวหน้าทีมวิจัยระบุว่า “ยังไม่พบสัญญาณว่ากลุ่มวาฬกำลังเข้าซื้อบิตคอยน์ในปริมาณมาก” พร้อมชี้แจงผ่านดัชนีที่วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงรายเดือนของ *ผู้ถือครองวาฬ* (1,000 BTC ขึ้นไป) และ *กลุ่มโลมา* (100–1,000 BTC)
ข้อมูลดังกล่าวตัดธุรกรรมของกระเป๋าเงินของกระดานเทรดออกจากการคำนวณ เพื่อสะท้อนพฤติกรรมของนักลงทุนตัวจริงโดยตรง โมเรโนอธิบายเพิ่มเติมว่า ช่วงที่ผ่านมาปริมาณบิตคอยน์ในกลุ่มวาฬอาจดูเหมือนเพิ่มขึ้น แต่เป็นผลจากการที่กระดานเทรดรวมเหรียญไว้ในไม่กี่กระเป๋าใหญ่เท่านั้น เมื่อตัดข้อมูลส่วนนี้ออก จะเห็นว่าจริงๆ แล้ว *ปริมาณถือครองของวาฬลดลงอย่างชัดเจน*
“ความต้องการในตลาดลดลงเป็นสัญญาณเริ่มต้นของตลาดหมี” โมเรโนกล่าว พร้อมเตือนว่าการเพิ่มขึ้นของราคาที่ไม่ได้มีอุปสงค์สนับสนุนอย่างแท้จริง มักเป็น ‘แรงเก็งกำไร’ มากกว่าการฟื้นตัวที่มีพื้นฐานรองรับ ตัวอย่างเช่นในวัฏจักรตลาดคริปโตที่ผ่านมา การปรับฐานราคามักตามมาหลังจากช่วงที่ราคาขึ้นแต่ความต้องการกลับซบเซา
ขณะนี้ ราคาบิตคอยน์เคลื่อนไหวใกล้ระดับ 90,320 ดอลลาร์ เทียบเท่าราว 1.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 2% จากวันก่อนหน้า
นอกจากบรรดาวาฬและโลมาที่ลดการถือครองแล้ว ความเคลื่อนไหวของสถาบันการเงินในตลาด ETF ก็สะท้อนความสนใจที่ลดลงเช่นกัน กองทุน ETF บิตคอยน์จากแบล็คร็อกอย่าง IBIT เผชิญ *การไหลออก (Outflow)* สูงถึง 244 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์เดียว หรือราว 3,530 ล้านบาท เป็นการไหลออกติดต่อกันสองสัปดาห์ และนับเป็นครั้งที่ 8 ในช่วง 10 สัปดาห์ที่ผ่านมา
หากพิจารณาทั้งตลาดกองทุนสินทรัพย์ดิจิทัล จะพบว่าในช่วง 9 สัปดาห์ล่าสุดนั้น มีการไหลออกถึง 6 สัปดาห์ ส่งผลให้ภายในสัปดาห์เดียว เงินทุนไหลออกไปกว่า 446 ล้านดอลลาร์ หรือราว 6,452 ล้านบาท ซึ่ง *สะท้อนว่าการฟื้นตัวของราคาไม่ได้เกิดจากความต้องการสถาบันที่มั่นคง*
สิ่งเหล่านี้สร้างข้อสงสัยเกี่ยวกับทิศทางตลาดในระยะสั้น แม้ราคาจะปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่การลดลงของการถือครองโดยวาฬและนักลงทุนสถาบัน บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ของ ‘การชะลอตัวหลังการพุ่งสูง’ ซึ่งในอดีตก็มักตามมาด้วยการปรับฐานครั้งใหญ่
*ความคิดเห็น*: หากราคาบิตคอยน์กำลังไต่ระดับโดยปราศจากแรงซื้อสนับสนุนจากวาฬ นักลงทุนควรเฝ้าระวังความเสี่ยงจากการเข้าลงทุนในช่วงที่ราคาสูงเกินจริง การพิจารณาปัจจัยด้านปริมาณถือครองและสภาพคล่องจึงยังคงเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ควรตัดสินใจจากราคาที่พุ่งขึ้นเพียงอย่างเดียว
ความคิดเห็น 0