บองก์(BONK) หนึ่งในเหรียญ *มีม* ที่เคยถูกมองว่าไร้ค่า กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหม่ให้กับตลาดคริปโต หลังสามารถทะลุแนวต้านทางเทคนิคได้สำเร็จในช่วงต้นปีนี้ สร้างความหวังว่าวัฏจักร *มีมคอยน์* กำลังกลับมาอีกครั้ง
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ราคาของบองก์พุ่งขึ้นกว่า 60% ซึ่งเป็นการฟื้นตัวที่โดดเด่นท่ามกลางตลาดเหรียญมีมที่เคยตกอยู่ในภาวะซบเซาต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปลายปี 2023 ตามรายงานของบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลคริปโต *CryptoQuant* ชี้ว่า มูลค่าตลาดรวมของกลุ่มมีมคอยน์เพิ่มขึ้นจากประมาณ 40,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.4 ล้านล้านบาท) เป็นกว่า 48,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.7 ล้านล้านบาท) ในช่วงสั้น นับเป็นสัญญาณฟื้นตัวที่น่าจับตา
บองก์เองเป็นหนึ่งในเหรียญที่แสดงสัญญาณฟื้นตัวได้ชัดเจนที่สุด โดยสามารถทะลุรูปแบบ ‘ลิ่มขาลง’ ซึ่งเป็นรูปแบบกราฟที่แสดงถึงแนวโน้มกลับตัว สร้างความหวังที่จะเข้าสู่ช่วง *ขาขึ้น* อย่างเต็มตัว ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ที่บองก์แสดงศักยภาพการฟื้นตัวอย่างจริงจัง โดยล่าสุดเหรียญมีมตัวนี้มีมูลค่าตลาดประมาณ 1,060 ล้านดอลลาร์ (ราว 3.7 หมื่นล้านบาท) และมีราคาซื้อขายอยู่ที่ 0.00001215 ดอลลาร์
ราคาเริ่มปรับตัวขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม และยังคงรักษาโมเมนตัมต่อเนื่องตลอดกว่า 5 วัน ส่งผลให้ดัชนี RSI (Relative Strength Index) พุ่งทะลุ 75 เข้าสู่โซน *“ซื้อมากเกินไป”* ความเคลื่อนไหวนี้อาจตามมาด้วยการ "พักฐานราคา" ได้เช่นกัน เหล่านักวิเคราะห์จึงเตือนว่าแนวรับเชิงจิตวิทยาที่ 0.0000100 ดอลลาร์อาจเป็นระดับสำคัญที่ควรจับตามอง
การฟื้นตัวครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังจากที่บองก์ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 0.00000761 ดอลลาร์ในเดือนธันวาคม 2025 ซึ่งถือเป็นจุดต่ำสุดภายหลังจากความร้อนแรงในปลายปี 2023 ที่ผลักดันตลาดมีมคอยน์ให้พุ่งสูงก่อนจะเข้าสู่แนวโน้มขาลงตลอดทั้งปี
แต่ด้วยการที่ราคาปัจจุบันกลับมาอยู่ใกล้เคียงกับระดับราคาก่อนหน้าที่เคยสร้างสถิติสูงสุดไว้ที่ 0.00003419 ดอลลาร์ ทำให้มีความหวังว่ารอบ *แรลลี* ใหม่อาจจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง *CryptoQuant* ยังระบุว่า สัดส่วนความครอบคลุมของมีมคอยน์ต่อมูลค่าตลาดรวมของเหรียญกลุ่มอัลท์คอยน์กำลังเพิ่มสูงขึ้น แสดงให้เห็นว่า “ซีซันของมีมคอยน์” อาจยังไม่จบลง
ในบรรยากาศที่เหรียญมีมเริ่มตื่นตัวอีกครั้ง โครงการใหม่อย่าง SUBBD ก็กำลังได้รับความสนใจตามมา *ความคิดเห็น* แม้จะไม่ได้เป็นเพียงแค่เหรียญมีมธรรมดา แต่ SUBBD ก็ถูกระบุว่าเป็นโปรเจกต์ที่มี ‘ยูสเคส’ ชัดเจน โดยเชื่อมโยงระบบ ‘คริเอเตอร์ อีโคโนมี’ เข้ากับโมเดล ‘ซับสคริปชัน Web3’ และระบบควบคุมการเข้าถึงด้วยโทเคน
โปรเจกต์นี้มียอดการระดมทุนไปแล้วกว่า 1.4 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 50 ล้านบาท) และนำเสนอผลตอบแทน APY (Annual Percentage Yield) สูงถึง 20% ต่อปี ซึ่งตอบโจทย์นักลงทุนสายหารายได้แบบ passive จึงมีโอกาสที่ทุนจะไหลเข้าสู่โครงการใหม่ที่ *มีมูลค่าที่แท้จริง* หากเทรนด์เหรียญมีมกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง
สรุปได้ว่า แม้จะยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าเรากำลังเข้าสู่ช่วง *มีมคอยน์แรลลี* อีกครั้ง แต่ทิศทางตลาดและเทคนิคต่างๆ กำลังชี้ไปในทางบวก การลงทุนในช่วงนี้จึงต้องอาศัยทั้งการวิเคราะห์ทางเทคนิคและการจับกระแสใหม่ๆ อย่างรอบคอบ โดยเฉพาะโปรเจกต์ที่มีพื้นฐานดีและกรณีใช้งานจริง
ความคิดเห็น 0