Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

เฮย์เดน อดัมส์ ยืนยัน AMM ยังยั่งยืน – ฟีเจอร์ ‘ฮุก’ ในยูนิสวอป(Uniswap) v4 อาจปฏิวัติโครงสร้างดีไฟ(DeFi)

เฮย์เดน อดัมส์ ผู้ก่อตั้งยูนิสวอป(Uniswap) ออกมาตอบโต้คำวิจารณ์ที่ว่า ‘โมเดลตลาดอัตโนมัติ’ หรือ AMM เป็นโครงสร้างที่ไม่ยั่งยืน โดยยืนยันว่า AMM ยังคงมีบทบาทเชิงกลยุทธ์ที่เหนือกว่าตลาดแบบดั้งเดิมในบางกรณี และยังสามารถมอบ ‘ผลตอบแทนที่มั่นคง’ ให้แก่ผู้ให้บริการสภาพคล่อง(LP) ได้จริง โดยเฉพาะในการใช้งานกับกลุ่มทรัพย์สินที่มีความผันผวนต่ำ เช่น ‘สเตเบิลคอยน์’

กระแสวิจารณ์เกี่ยวกับ AMM เกิดขึ้นเมื่อโยม แลมเบิร์ต นักเทรดชื่อดังระบุว่า โครงสร้าง AMM ยังไม่เสถียรและยากต่อการสร้างผลกำไรในระยะยาว โดยชี้ว่าค่าธรรมเนียมที่ LP ได้รับจาก AMM ถูกกำหนดจาก ‘ความผันผวนที่เกิดขึ้นจริง’ (Realized Volatility) เท่านั้น ซึ่งหมายความว่าพวกเขาไม่ได้รับ ‘ค่าตอบแทน’ ที่เพียงพอจากความเสี่ยงด้านความผันผวนที่แบกรับไว้ หรือที่เรียกว่า ‘กรีกแกมมา(Γ risk)’ ซึ่งอาจทำให้ผลตอบแทนสะสมตลอดหลายเดือนสูญหายไปในช่วงเวลาสั้นๆ

แต่อดัมส์ได้ให้ความคิดเห็นสวนกลับผ่าน X (เดิมคือ Twitter) เมื่อวันที่ 6 ว่าในแหล่งสภาพคล่องของสินทรัพย์ที่มีความผันผวนต่ำอย่างสเตเบิลคอยน์ AMM สามารถสร้าง ‘รายได้สม่ำเสมอ’ ให้กับ LP และยังเหมาะสำหรับการเริ่มต้นเข้าสู่ตลาดของโครงการใหม่ ๆ ที่ต้องการวางโครงสร้างราคาหรือสนับสนุนการกระจายตัวของโทเคนในระดับต้น

เขายังกล่าวถึงยูนิสวอป v4 ที่กำลังจะเปิดตัว โดยชี้ไปที่ฟีเจอร์ใหม่ ‘ฮุก(Hook)’ ซึ่งจะเปิดให้นักพัฒนาสามารถปรับแต่งตรรกะของพูลได้เองในระดับลึก ซึ่งจะช่วยให้ AMM สามารถสร้าง ‘กลยุทธ์การทำกำไรใหม่ ๆ’ และยกระดับความสามารถในการจัดการผลตอบแทนของ LP ได้มากกว่าที่เคยมีมา พร้อมกล่าวว่า “AMM เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น”

อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องโครงสร้าง AMM ยังเป็นที่ถกเถียงกันต่อไป แม้แต่แลมเบิร์ตเองที่เป็นผู้วิจารณ์หลักก็ยอมรับว่า AMM ปัจจุบันยังมี ‘ความไร้ประสิทธิภาพเชิงโครงสร้าง’ และจำเป็นต้องพิจารณามาตรการอย่าง การปรับขึ้นค่าธรรมเนียม, การออกแบบโมเดลใหม่ หรือเครื่องมือเฮดจ์ความเสี่ยงสำหรับ LP อย่าง Panoptic เพื่อลดความเสียเปรียบ

ความเปราะบางของระบบ AMM ถูกตอกย้ำอีกครั้งเมื่อในเดือนพฤศจิกายนปี 2023 แพลตฟอร์ม Balancer ถูกโจมตีจากช่องโหว่การปัดเลข ทำให้สูญเสียสินทรัพย์ราว 173.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2,500 พันล้านวอน ขณะที่ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน เมื่ออดัมส์เสนอให้กระจายรายได้ของยูนิสวอปแก่ผู้ถือโทเคน UNI ทำให้ราคาโทเคนพุ่งขึ้นถึง 35% สะท้อนถึงศักยภาพของ AMM ในการสร้างมูลค่าในสภาวะที่เอื้อต่อการเติบโต

DeFi และโปรเจกต์กระจายศูนย์อื่น ๆ เช่น ไพน์เน็ตเวิร์ก ก็เร่งพัฒนาระบบ AMM ให้มีความปลอดภัยและมีโครงสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมยิ่งขึ้น ผู้เชี่ยวชาญมองว่าปัญหาปัจจุบันไม่ได้หมายถึง “ความล้มเหลวของ AMM ทั้งระบบ” แต่อยู่ที่ ‘ค่าธรรมเนียมและเครื่องมือบริหารความเสี่ยง’ ที่ยังต้องมีการ ‘ปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง’

ตลาดจับตามองว่า ยูนิสวอป v4 และฟีเจอร์ ‘ฮุก’ จะสามารถยกระดับความสามารถในการทำกำไรของ LP และคลี่คลายข้อถกเถียงที่ดำเนินอยู่นี้ได้หรือไม่ ขณะเดียวกันก็บ่งบอกถึงการเข้าสู่ ‘ยุคใหม่ของดีไฟ(DeFi)’ ที่เน้นความยั่งยืนในโครงสร้างการให้บริการมากยิ่งขึ้น

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1