Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

แจ็ก ดอร์ซีย์ลุยรีเซ็ตบล็อก(SQ): ปลด 4,000 คน ปั้นองค์กร AI-first หนุนเกมบิตคอยน์(BTC) เป็นศูนย์กลาง

แจ็ก ดอร์ซีย์(Jack Dorsey) ซีอีโอผู้ก่อตั้งฟินเทคยักษ์ใหญ่ บล็อก(SQ) เดินหน้าปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ปลดพนักงานกว่า 4,000 คน หรือราว 40% ของทั้งบริษัท พร้อมประกาศชัดว่าจะรีดีไซน์องค์กรให้เป็น ‘องค์กรขับเคลื่อนด้วย AI’ ที่มีโครงสร้างเบาลง แต่ยังคงเร่งสปีดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ได้เท่าเดิมหรือดีกว่า

ทันทีที่ข่าว ‘โละคน + องค์กร AI-first’ ถูกเปิดเผย ตลาดทุนตอบสนองอย่างรุนแรง ราคาหุ้นบล็อกในช่วงนอกเวลาซื้อขายพุ่งจาก 54.56 ดอลลาร์ ขึ้นไปสูงสุดที่ 67.11 ดอลลาร์ กระโดดกว่า 23% หากคิดเป็นเงินสกุลวอน จะเท่ากับจาก 78,622 วอน ขึ้นไปแตะราว 96,767 วอน (คำนวณที่ 1 ดอลลาร์ = 1,441.70 วอน) สะท้อนว่า ‘วอลล์สตรีท’ กำลังแห่เก็ง ‘ประสิทธิภาพใหม่หลังปลดคน’ ล่วงหน้าอย่างดุเดือด

‘จุดสำคัญ’ คือ บล็อกไม่ได้ใช้คำว่า ‘ลดต้นทุน’ แบบเดิมๆ แต่คือการออกแบบองค์กรใหม่ทั้งระบบ ดึง ‘AI’ เข้ามาอยู่ใจกลางวิธีการทำงาน

บล็อกเคยมีพนักงานมากกว่า 1 หมื่นคน ตอนนี้เป้าคือหดเหลือต่ำกว่า 6,000 คน พร้อมเชื่อว่าด้วย ‘เครื่องมือ AI’ บริษัทจะรักษา หรือแม้กระทั่งเพิ่ม ‘ความเร็วในการพัฒนาผลิตภัณฑ์’ ได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้จำนวนคนเท่าเดิม นี่คือการหันหลังให้โมเดลเติบโตแบบ ‘ขยายตัวบุคลากร’ แล้วเบนเข็มไปสู่การบริหารด้วย ‘กำไร + กระแสเงินสด’ เป็นหลัก

สำหรับนักลงทุนคริปโต สิ่งที่ถูกจับตาคือผลกระทบต่อกลยุทธ์ ‘บิตคอยน์(BTC) เป็นศูนย์กลาง’ ของบล็อก การลดต้นทุนค่าจ้างถาวรจะช่วยเพิ่ม ‘กระแสเงินสดอิสระ (FCF)’ ทำให้บริษัทมีพื้นที่มากขึ้นในการลงทุนเชิงระบบนิเวศบิตคอยน์ และใช้บิตคอยน์เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การเงินในระยะยาว บล็อกเป็นฟินเทคด้านชำระเงินและโอนเงิน ที่ถูกมองว่าเป็นบริษัท ‘ใกล้เคียงคริปโต (crypto-adjacent)’ เพราะลงเดิมพันกับบิตคอยน์มาอย่างต่อเนื่อง

แจ็ก ดอร์ซีย์ เล่าให้พนักงานฟังแบบตรงไปตรงมาว่า เขามีทางเลือกอยู่สองทาง ‘ค่อยๆ ลดคนทีละนิด แล้วปล่อยให้บริษัทค่อยๆ เลือดไหลทีละหยดไปอีกหลายปี’ หรือ ‘ยอมรับความจริง แล้วลงมือครั้งใหญ่ตอนนี้เลย’ และเขาเลือกคำตอบหลังแบบไม่ลังเล

การปลดคนครั้งนี้เริ่มขึ้นทันที โดยเน้นไปที่พนักงานในสหรัฐฯ เป็นหลัก พนักงานที่ได้รับผลกระทบจะได้แพ็กเกจชดเชยขั้นต่ำ ‘เงินเดือน 20 สัปดาห์’ บวกเพิ่ม ‘อีก 1 สัปดาห์ต่ออายุงานทุก 1 ปี’ ถือเป็นดีลที่สะท้อนว่าบริษัทไม่ได้อยู่ในภาวะจนตรอกทางการเงิน

จุดที่น่าสนใจคือ บล็อก ‘ไม่ได้’ อยู่ในสภาวะผลงานย่ำแย่แล้วค่อยตัดคนสวนทางกัน บริษัทเพิ่งรายงานผลประกอบการที่ ‘ดีกว่าคาด’ โดยกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 24% เมื่อเทียบกับปีก่อน แปลว่าบริษัทมี ‘เบาะกันกระแทกทางการเงิน’ พอสมควร แล้วเลือก ‘รีเซ็ตโครงสร้าง’ เชิงรุก มากกว่ารอให้สถานการณ์บีบคั้น

แจ็ก ดอร์ซีย์ ระบุว่า ตัวจุดชนวนสำคัญที่ทำให้เขาตัดสินใจคือ ‘การเร่งตัวของความสามารถด้าน AI แบบก้าวกระโดด’ เขามองว่าเครื่องมืออัจฉริยะที่บริษัทสร้างและใช้อยู่ กำลังเปิดทางสู่ ‘วิธีทำงานแบบใหม่’ ซึ่งไม่ได้อยู่ในระดับทดลองอีกต่อไป แต่กลายเป็น ‘สมมติฐานพื้นฐานของการดำเนินงาน’ ไปแล้ว

‘ความคิดเห็น’ เคสของบล็อกกำลังบอกเราว่า ในสายตาผู้บริหารระดับท็อป AI ไม่ใช่ของเล่น แต่เป็นเหตุผลที่จะรื้อองค์กรจริงๆ

หลายคนเชื่อว่า ประสบการณ์ที่แจ็ก ดอร์ซีย์ ได้เห็นกับตาตอน ‘X (ชื่อเดิมทวิตเตอร์)’ ถูกปรับโครงสร้างหลัง อีลอน มัสก์(Elon Musk) เข้าซื้อกิจการ มีผลโดยตรงต่อวิธีคิดครั้งนี้ ตอนนั้น X ลดจำนวนพนักงานไปเกือบ 80% แต่แพลตฟอร์มก็ยังให้บริการต่อได้ ซึ่งกลายเป็น ‘หลักฐานเชิงประจักษ์’ ให้ฝั่งเทคยักษ์ทั้งหลายใช้โต้แย้งแนวคิดเดิมๆ เรื่อง ‘องค์กรต้องใหญ่ถึงจะปลอดภัย’

สำหรับแจ็ก ดอร์ซีย์ เคส X คือเหตุผลให้เชื่อว่า ‘การลดคนจำนวนมาก ไม่ได้แปลว่าบริการต้องล่มสลาย’

อย่างไรก็ตาม ฟินเทคและแพลตฟอร์มชำระเงินไม่เหมือนโซเชียลมีเดีย การดำเนินงานประจำวันถูกผูกกับ ‘กฎระเบียบ การปฏิบัติตามกฎหมาย ความปลอดภัย และการบริหารความเสี่ยง’ ซึ่งหลายเรื่องยังต้องใช้มนุษย์รับผิดชอบโดยตรง แม้จะเป็นเช่นนั้น แต่วอลล์สตรีทยังคงมองดีต่อทิศทางของบล็อก เพราะเชื่อว่าบริษัทจะ ‘ทำโครงสร้างการบริหารให้แบนลง + ฝังระบบอัตโนมัติด้วย AI ให้ลึกขึ้น’ ส่งผลให้โครงสร้างต้นทุนถูกออกแบบใหม่อย่างจริงจัง

ถ้ามองจากมุมสายคริปโต โฟกัสหลักคือ ‘กลยุทธ์บิตคอยน์ของบล็อกกำลังจะเปลี่ยนไปแบบไหน’ ตลาดมองว่ากำลังการสร้างกระแสเงินสดที่จะเพิ่มขึ้น หลังจากปลดคนจำนวนมาก จะช่วยให้บล็อกมี ‘พื้นที่ทางการเงิน’ ในการเดินเกมบิตคอยน์ได้ยืดหยุ่นกว่าเดิม และสามารถทดลองโมเดลธุรกิจเกี่ยวกับบิตคอยน์บน ‘โครงสร้างต้นทุนที่เบากว่า’ ในอดีต

แรงซื้อครั้งนี้ยังสะท้อนสภาพจิตวิทยาที่ต่างไปจากเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เมื่อหุ้นกลุ่มคริปโตหลายตัวถูกเทขายจากนักลงทุนรายย่อย แต่ในกรณีบล็อก ‘เงินสถาบันกลับเข้ามาแรง’ เพราะให้ค่ากับ ‘ประสิทธิภาพ’ มากกว่าความเสี่ยงเชิงอารมณ์ การที่ราคาหุ้นกระโดดมากกว่า 20% ในครั้งเดียว สื่อถึงการเดิมพันของ ‘สมาร์ตมันนี’ ว่า ‘AI จะชดเชยแรงงานมนุษย์ที่หายไป และยังพอรักษาเส้นทางการเติบโตของบริษัทได้’

แจ็ก ดอร์ซีย์ ยังทิ้งประโยคชัดเจนว่า “บริษัทอื่นจะตามมาในเส้นทางนี้” ภาพใหญ่ที่เริ่มเป็นรูปธรรมคือ วิธีคิดเรื่อง ‘การเติบโต’ ของฟินเทคกับฝั่งวอลล์สตรีทเริ่มแตกแขนงจากอดีต โมเดลแบบเดิมที่ ‘รับคนเพิ่มจำนวนมาก โดยเฉพาะสายพัฒนา แล้วใช้แรงคนแก้ปัญหาไปทีละจุด’ กำลังหมดอายุแทนที่ด้วยโมเดลแบบ ‘ใช้ AI ยกระดับผลิตภาพ แล้วดันให้ต้นทุนแรงงานต่อหัวต่ำลงอย่างถาวร’

ตามข้อมูลจากบริษัทจัดการด้านการปลดพนักงานและจัดหางานอย่าง แชลเลนเจอร์·เกรย์แอนด์คริสต์มาส(Challenger, Gray & Christmas) จำนวนการปลดพนักงานในสหรัฐฯ ช่วงเดือนมกราคม 2026 ทะลุ 108,000 คน สูงสุดตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมา ทำให้หลายฝ่ายมองว่าดีลของบล็อกกลายเป็นสัญญาณชัดเจนว่า ‘AI ไม่ได้อยู่แค่ในสไลด์นำเสนอผลประกอบการอีกต่อไป แต่มันกำลังเข้าไปแทนที่งานของคนจริงๆ’

สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือผลประกอบการในไตรมาสถัดไป ถ้าบล็อกสามารถรักษารายได้ไว้ได้ แม้จะเหลือพนักงานราว 6,000 คน ขณะเดียวกันยังดันอัตรากำไรให้สูงขึ้น ก็มีโอกาสสูงที่ ‘คลื่นการปรับโครงสร้างด้วย AI’ จะลามไปทั้งอุตสาหกรรมฟินเทค ระบบชำระเงิน และบริษัท ‘ใกล้เคียงคริปโต’ ในช่วงไตรมาส 2 ปี 2026

แต่ถ้าหลังตัดคนแล้วเริ่มเห็น ‘คุณภาพบริการแย่ลง หรืออัตราการเติบโตชะลอตัว’ ข้อจำกัดของการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI-first ก็จะถูกเปิดโปงเร็วไม่แพ้กัน

‘ความคิดเห็น’ สำหรับนักลงทุนคริปโต บล็อกกำลังจะกลายเป็นเคสตัวอย่างสดๆ ว่า บริษัทฟินเทคที่มี ‘บิตคอยน์เป็นส่วนกลางของกลยุทธ์’ จะใช้ AI มาทุบโครงสร้างต้นทุน แล้วขยายพื้นที่ให้การลงทุนในระบบนิเวศบิตคอยน์ได้มากแค่ไหน และตลาดจะยอมรับสมมติฐานนี้ในระยะยาวหรือไม่ คือโจทย์ใหญ่ที่ต้องเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1