Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

EDF จับมือ droppRWA ดันโทเคนไรซ์สินทรัพย์พลังงานในซาอุ หนุนตลาดคาร์บอนเครดิตบนบล็อกเชน

บริษัทพลังงานระดับโลกอย่าง อีดีเอฟ(EDF) ได้จับมือกับบริษัทบล็อกเชน droppRWA เพื่อร่วมกันผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของอุตสาหกรรมพลังงานในซาอุดิอาระเบีย โดยทั้งสองบริษัทได้เริ่มต้นการวิจัยร่วมกันในประเด็นสำคัญอย่าง ‘การโทเคนไรซ์สินทรัพย์จริง’, การค้าบนบล็อกเชน และการยกระดับตลาดคาร์บอนเครดิต

การร่วมมือครั้งนี้เริ่มขึ้นเมื่อ โอมาร์ อัลดาวีช(Omar Aldaweesh) ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคของอีดีเอฟ และ ไฟซาล อัล โมไน(Faisal Al Monai) ประธานกรรมการ droppRWA ลงนามในบันทึกความเข้าใจ(MOU) โดยมีเป้าหมายเพื่อทดลองใช้เทคโนโลยีแบบไร้ศูนย์กลางในโครงการพลังงานภายในซาอุดิอาระเบีย รวมถึงการบันทึกข้อมูลสินทรัพย์พลังงานไว้บนเครือข่ายบล็อกเชนในหลายรูปแบบ

หัวใจของการเป็นพันธมิตรในครั้งนี้คือแนวคิด ‘การโทเคนไรซ์สินทรัพย์จริง’ หรือ RWA ซึ่งจะนำสินทรัพย์อย่างโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนจนถึงโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนมาบันทึกบนบล็อกเชน จุดประสงค์คือเพื่อเพิ่ม *สภาพคล่องของสินทรัพย์* และเปลี่ยนรูปแบบการระดมทุนของโครงการพลังงาน นอกจากนี้ยังหวังว่าจะช่วยให้กระบวนการซื้อขายในภาคพลังงานที่เคยซับซ้อนกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้น พร้อมทั้งเพิ่ม *ความโปร่งใสตลอดวงจรชีวิตของสินทรัพย์*

อีดีเอฟ เป็นบริษัทผลิตไฟฟ้าของรัฐจากฝรั่งเศสซึ่งให้บริการแก่ลูกค้าทั่วโลกกว่า 41.5 ล้านราย โดยในปี 2024 บริษัททำรายได้ไปแล้วถึง 118.7 พันล้านยูโร หรือประมาณ 169.3 ล้านล้านวอน ถือเป็นผู้เล่นหลักในตลาดพลังงานโลกอย่างแท้จริง ด้าน droppRWA ถือเป็นบริษัทเทคโนโลยีบล็อกเชนที่เชี่ยวชาญเรื่อง ‘การโทเคนไรซ์สินทรัพย์จริงโดยรัฐบาล’ หรือ *Sovereign RWA* ที่มุ่งเน้นการผสานเทคโนโลยีการเงินดิจิทัลเข้ากับสินทรัพย์เชิงโครงสร้าง เช่น วัตถุดิบพื้นฐานและโครงสร้างพื้นฐาน

ความร่วมมือครั้งนี้ยังครอบคลุมถึงการพัฒนาระบบซื้อขาย ‘คาร์บอนเครดิต’ บนพื้นฐานบล็อกเชน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของนโยบาย ESG หากสามารถดำเนินการได้จริงก็จะกลายเป็นแหล่งรายได้ใหม่ของภาคพลังงานซาอุดิอาระเบียในอนาคต

โอมาร์ อัลดาวีช แสดงความคิดเห็นว่า “*เทคโนโลยีโทเคนไรซ์สามารถช่วยให้จัดการสินทรัพย์พลังงานได้อย่างยืดหยุ่นและเปิดกว้างมากขึ้น* และเราหวังว่าความร่วมมือนี้จะปูทางสู่การสร้างตลาดคาร์บอนที่มั่นคง อีกทั้งเสริมสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันของภาคพลังงานซาอุดิอาระเบียในเวทีโลก”

ด้านไฟซาล อัล โมไน แสดงความมั่นใจว่า “ข้อตกลงฉบับนี้สะท้อนถึงแนวโน้มใหม่ที่ว่าพลังงานจะ *สามารถเปลี่ยนผ่านเข้าสู่โครงสร้างที่ยืดหยุ่นและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น* ผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในตลาดที่ต้องการการลงทุนจำนวนมหาศาลเช่นนี้”

ทิศทางของโครงการนี้สอดคล้องกับ ‘วิสัยทัศน์ซาอุดิอาระเบีย 2030’ ซึ่งมีเป้าหมายที่จะปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศให้พ้นจากการพึ่งพาน้ำมัน และเปลี่ยนผ่านไปสู่การเติบโตที่ยั่งยืน ความร่วมมือระหว่างอีดีเอฟและ droppRWA ถือเป็นการสนับสนุนทิศทางนโยบายของรัฐผ่านมิติของ ‘*นวัตกรรมทางการเงิน*’ ที่นำบล็อกเชนมาใช้กับสินทรัพย์พลังงาน

แม้ว่าการประยุกต์ใช้บล็อกเชนในอุตสาหกรรมดั้งเดิมยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและต้องมีการพัฒนาอีกมาก แต่ความร่วมมือระหว่างทั้งสองบริษัทครั้งนี้นับเป็นกรณีศึกษาสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าดิจิทัลไฟแนนซ์อาจกลายเป็นทางออกใหม่ของอุตสาหกรรมที่ใช้เงินลงทุนสูง เช่น พลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน

‘*การโทเคนไรซ์สินทรัพย์จริง*’ จึงไม่เพียงเป็นวิธีเพิ่มความโปร่งใสและประสิทธิภาพให้กับตลาดพลังงาน แต่ยังอาจเป็นจุดเริ่มของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางการเงินทั่วทั้งระบบในอนาคตอีกด้วย

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1