Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

MSCI คงสถานะบริษัทกลยุทธ์ในดัชนีหลัก แม้ถือครองบิตคอยน์(BTC) สูงกว่า 50% – หุ้นดีดกลับ 6%

บริษัทกลยุทธ์(Strategy) ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทจดทะเบียนที่ถือครองบิตคอยน์(BTC) ในปริมาณมาก ยังคงได้รับการจัดอยู่ในดัชนีหลักของ MSCI ต่อไป สร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนที่ก่อนหน้านี้วิตกว่าบริษัทอาจถูกถอดจากดัชนี อันมีผลต่อราคาหุ้นและตลาดคริปโตโดยรวม ซึ่งล่าสุดราคาหุ้นของบริษัทดีดกลับทันทีหลังข่าวนี้

เมื่อวันที่ 6 (เวลาท้องถิ่น) MSCI ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าจะยังคงรวมบริษัทที่ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลเกิน 50% ของงบดุล ซึ่งถือเป็นบริษัทในกลุ่ม ‘Digital Asset Treasury Company’ หรือ DATCO ไว้ในดัชนีของตน โดยการตัดสินใจนี้ส่งผลให้บริษัทกลยุทธ์ยังคงสถานะในดัชนีดังกล่าวต่อไป หลังจากก่อนหน้านี้มีความกังวลว่าการถือบิตคอยน์มากเกินไปอาจนำไปสู่การถูกถอดออก

ในอดีต ข่าวลือเกี่ยวกับการพิจารณาออกจากดัชนีเคยส่งผลให้ราคาบิตคอยน์และคริปโตโดยรวมร่วงลง ดังตัวอย่างเมื่อวันที่ 10 ตุลาคมปีที่ผ่านมา สำหรับบริษัทกลยุทธ์เอง ซึ่งดำเนินการโดยซีอีโอไมเคิล เซย์เลอร์(Michael Saylor) ถือเป็นตัวแทนบริษัทที่เชื่อในบิตคอยน์ในฐานะสินทรัพย์ระยะยาว และใช้การติดดัชนีเพื่อดึงกระแสเงินลงทุนมาโดยตลอด

อย่างไรก็ตาม MSCI ได้ประกาศการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในกระบวนการดัชนี โดยระบุว่าจะไม่รวมการออกหุ้นเพิ่มทุนใหม่ของบริษัทเข้ามาในดัชนีอีกต่อไป ซึ่งต่างจากเดิมที่หุ้นใหม่ของบริษัทจะถูกเพิ่มเข้าไปโดยอัตโนมัติ ทำให้อินเด็กซ์ฟันด์ต้องซื้อหุ้นประมาณ 10% ของจำนวนหุ้นใหม่ที่ออก ส่งผลให้เกิดดีมานด์ใหม่มูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์ในการระดมทุน

เช่น หากบริษัทออกหุ้น 20 ล้านหุ้นที่ราคา 300 ดอลลาร์ต่อหุ้นเท่ากับจะมีมูลค่าการจัดสรรกว่า 600 ล้านดอลลาร์ ซึ่งก่อนหน้านี้ถือเป็นข้อได้เปรียบของบริษัทกลยุทธ์ในการระดมทุน และใช้เงินนั้นซื้อบิตคอยน์เพิ่ม แต่จากการเปลี่ยนวิธีการของ MSCI บริษัทจะต้องพึ่งพาตลาดและผู้ซื้อรายใหม่ในการระดมทุน ส่งผลให้กระบวนการระดมทุนและการซื้อบิตคอยน์เพิ่มเติมอาจชะลอลง

ในขณะเดียวกัน เริ่มมีมุมมองว่าสถานการณ์นี้อาจสะท้อนการแข่งขันที่กำลังจะเกิดขึ้นระหว่างสินทรัพย์แบบ DATCO กับกองทุน ETF ที่เสนอการลงทุนในบิตคอยน์โดยตรง นักวิเคราะห์อย่าง ‘Crypto Rover’ ตั้งข้อสังเกตว่า MSCI มีความเชื่อมโยงกับมอร์แกนสแตนลีย์ ซึ่งในปัจจุบันมีแผนจะเปิดตัว ETF บิตคอยน์และโซลานา(SOL) โดยหาก ETF ดังกล่าวเปิดตัวสำเร็จ จะกระทบกับสถานะของบริษัทอย่างกลยุทธ์ที่เคยทำหน้าที่เป็นทางเลือกหนึ่งในการลงทุนในบิตคอยน์

Crypto Rover เสริมว่า เมื่อไม่มีภาระผูกพันด้านการซื้อหุ้นจากอินเด็กซ์ฟันด์อีกต่อไป บริษัทรายนี้อาจเผชิญทั้งแรงกดดันจากราคาหุ้นที่ลดลงและความต้องการในตลาดที่ถดถอย ซึ่งเห็นได้ชัดเมื่อสัปดาห์ก่อนที่ราคาหุ้นร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 16 เดือนที่ 150 ดอลลาร์ ก่อนจะฟื้นตัวขึ้น 6% ภายในวันพุธมาอยู่ที่ 166 ดอลลาร์

สำหรับนักลงทุน ตลาดมองว่าการที่ MSCI ยังคงรวมบริษัทที่ถือครองบิตคอยน์ไว้ในดัชนีเป็นปัจจัยบวกในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม บริษัทที่ดำเนินธุรกิจบนฐานความเชื่อว่า ‘การถือบิตคอยน์ = การเติบโต’ จำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ใหม่ท่ามกลางโครงสร้างการเงินที่เปลี่ยนไป

นักวิเคราะห์มองว่าการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะกระทบต่อบริษัทกลยุทธ์ แต่ยังรวมถึงภาพรวมของการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลแบบทางอ้อม ที่อาจเริ่มมีการแบ่งน้ำหนักระหว่างกองทุน ETF และบริษัททรัสต์การถือครองสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งต่อไปจะกลายเป็นจุดชี้ขาดความนิยมและการแข่งขันของเครื่องมือการลงทุนในตลาดคริปโตที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

‘ความคิดเห็น’: เหตุการณ์นี้เน้นย้ำให้เห็นว่าการลงทุนในบิตคอยน์ไม่ได้มีเพียงทางเดียว และโครงสร้างการเข้าถึงกำลังเปิดกว้างมากขึ้น นักลงทุนควรเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมตามความเข้าใจและมุมมองต่อความเสี่ยงของตนเอง

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1