บิตคอยน์(BTC) อาจเข้าสู่ภาวะ *ราคาขยับในกรอบแคบ* ตลอดช่วงไตรมาสแรกของปี 2026 จากแรงกดดันด้านสภาพคล่องและโมเมนตัมของตลาดที่อ่อนลง ตามการประเมินของบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลคริปโต "คริปโตควอนต์" โดยประธานบริษัท จู กี-ยอง เปิดเผยว่าการไหลเข้าของเงินทุนสู่บิตคอยน์ชะลอตัวลงอย่างมาก พร้อมแสดงความเห็นว่าตลาดอาจเผชิญกับ *“ภาวะนิ่งเงียบ”* มากกว่าการปรับฐานครั้งใหญ่
จู กี-ยอง กล่าวผ่านแพลตฟอร์ม X (เดิมคือทวิตเตอร์) เมื่อวันพุธว่า "แทบไม่มีเงินใหม่หลั่งไหลเข้าสู่บิตคอยน์เลย" พร้อมเสริมว่า "นักลงทุนกำลังหันไปลงทุนในทองคำ, เงิน และหุ้นแทน" ซึ่งกระแสการย้ายเงินทุนนี้สะท้อนผ่านราคาทองคำและเงินที่ปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อต้นปี ส่งผลให้บิตคอยน์อาจไม่สามารถรักษาแรงส่งช่วงต้นปีแบบเดิมได้ ในอดีต บิตคอยน์เคยมีค่าเฉลี่ยผลตอบแทนบวกในเดือนมกราคมถึงมีนาคม แต่สถานการณ์ปีนี้อาจเปลี่ยนไป
ณ ขณะรายงาน บิตคอยน์ซื้อขายอยู่ที่ราว 90,900 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.31 ล้านบาท) ซึ่งลดลงราว 2% จากระดับสูงสุดในระยะสั้นที่ 94,400 ดอลลาร์ โดย 'ดัชนีความกลัวและความโลภของคริปโต' ยังคงอยู่ในโซน *‘ความกลัวอย่างรุนแรง’* ที่ 28 จุด สะท้อนบรรยากาศการลงทุนที่ยังคงระมัดระวังและไร้ความมั่นใจ
แม้ตลาดโดยรวมนิ่งเงียบ แต่ก็มีสัญญาณบวกจาก *เงินทุนที่ยังคงไหลเข้าสู่บิตคอยน์ ETF* อย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจาก Farside Investors ระบุว่า ในช่วง 3 วันแรกของปี 2026 บิตคอยน์สปอต ETF มีการ *ไหลเข้าสุทธิสูงถึง 925.3 ล้านดอลลาร์* (ราว 1.34 แสนล้านบาท) บ่งชี้ว่า *นักลงทุนสถาบันยังให้ความสนใจในระยะยาว* โดยจู กี-ยอง ได้กล่าวว่า "โมเดลการขายวนระหว่างนักลงทุนรายใหญ่กับรายย่อยอาจไม่สอดคล้องกับโครงสร้างตลาดใหม่ ที่มีสถาบันถือยาวผ่าน ETF"
ด้านนักลงทุนสถาบันเช่นกลุ่ม Strategy ที่ถือบิตคอยน์ราว 673,000 BTC ยังไม่แสดงท่าทีว่าจะเทขายในปริมาณมาก ทำให้ตลาดไม่เผชิญแรงขายกดดันเพิ่มเติมในระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม ยังมีมุมมองในเชิง *ระมัดระวัง* จากนักวิเคราะห์อย่าง ปีเตอร์ แบรนต์ และยูเรียน ทิมเมอร์ จากฟิเดลิตี้ ที่เตือนว่า ราคาของบิตคอยน์อาจย่อตัวลงไปอยู่ในช่วง *60,000 – 65,000 ดอลลาร์* ในขณะที่นักลงทุนสายบวก เช่น ทิม เดรเปอร์ ยืนยันเป้าหมายระยะยาวที่ *250,000 ดอลลาร์* ภายในปี 2026 และไรอัน ราสมูสเซน จากบิตไวซ์กล่าวว่า บิตคอยน์อาจ *ทะลุขอบเขตการเคลื่อนไหวแบบ 4 ปีเดิม ๆ* และสร้างจุดสูงสุดใหม่
บิล บาร์ไฮเดอร์ ซีอีโอของ Abra ก็ร่วมแสดงความเห็นว่า *นโยบายการเงินผ่อนคลายจากธนาคารกลางสหรัฐ* อาจกระตุ้นความต้องการสินทรัพย์เสี่ยง และนำไปสู่การฟื้นตัวของตลาดคริปโต โดยเฉพาะบิตคอยน์ในปี 2026 ที่อาจกลายเป็น *จุดเปลี่ยนสำคัญด้านมหภาค*
‘ความคิดเห็น’: แม้ตลาดจะอยู่ในช่วงชะลอตัว แต่อัตราเงินไหลเข้าจาก ETF และการถือครองโดยสถาบันชี้ว่าความเชื่อมั่นระยะยาวยังอยู่ในระดับมั่นคง นักลงทุนระยะยาวควรพิจารณาความเคลื่อนไหวของ ETF และทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐมากกว่าการเคลื่อนไหวรายวันของราคาในระยะสั้น
ความคิดเห็น 0