แม้ *บิตคอยน์(BTC)* จะมีราคาที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ปริมาณการทำธุรกรรมบนเครือข่ายกลับลดลงมาเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของตลาด โดยเฉพาะการมุ่งเน้นไปที่การถือครองระยะยาวและความคาดหวังต่อการเปิดตัว *กองทุน ETF แบบสปอตในสหรัฐฯ* ที่ทำให้นักลงทุนเลือกดำเนินการนอกบล็อกเชนมากขึ้น
เมื่อวันที่ 24 แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชน *คริปโตควอนต์(CryptoQuant)* เปิดเผยผ่านนักวิเคราะห์ *แอ็กเซล แอดเลอร์ จูเนียร์(Axel Adler Jr)* ว่าตัวชี้วัด 'ปริมาณการส่งต่อทั้งหมด (Total Transfer Volume)' บนเครือข่ายบิตคอยน์ลดลงอย่างชัดเจนตั้งแต่เดือนมกราคม 2023 โดยชี้ให้เห็นถึงความหนาแน่นของกิจกรรมบนเครือข่ายที่ชะลอตัวลง แม้ราคาบิตคอยน์จะฟื้นตัวขึ้นตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว
การเคลื่อนไหวของค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 30 วัน (SMA) ของตัวชี้วัดดังกล่าวเคยร่วงลงอย่างแรงในช่วงตลาดหมีปี 2022 และแม้จะดูเหมือนจะฟื้นตัว ทว่าในปี 2023 กลับเข้าสู่แนวโน้มขาลงอีกครั้ง เช่นเดียวกับเส้นค่าเฉลี่ย 365 วัน ที่เริ่มลดลงอย่างช้า ๆ ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็น *แนวโน้มที่สวนทางกับราคาบิตคอยน์*
แอดเลอร์ให้ *ความคิดเห็น* ว่าการลดลงของปริมาณธุรกรรมนี้ไม่ได้เกิดจากภาวะตลาดซบเซาเพียงอย่างเดียว แต่อาจจำเป็นต้องพิจารณาถึงการถือกำเนิดของ *ETF บิตคอยน์แบบสปอต* ที่ดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนรายใหญ่และสถาบัน โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ที่เลือกลงทุนผ่าน ETF ซึ่งทำให้กิจกรรมหลักย้ายออกจากระบบออนเชนไปสู่ 'ออฟเชน' แทน และเนื่องจาก ETF ดำเนินการโดยไม่ต้องบันทึกกิจกรรมบนบล็อกเชน การประเมินตลาดผ่านออนเชนอาจสะท้อนได้ไม่ครบถ้วน
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์อีกคนจากคริปโตควอนต์ยังได้ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า อัตราช่องว่างราคา 'Coinbase Premium Gap' ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบราคาบิตคอยน์ใน *โคอินเบส(Coinbase)* (USD) และใน *ไบแนนซ์(Binance)* (USDT) ปรับเข้าสู่โซนบวก หมายความว่านักลงทุนในสหรัฐฯ มีความต้องการซื้อที่สูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด
ปัจจุบัน บิตคอยน์มีราคาซื้อขายอยู่ที่ราว *90,700 ดอลลาร์สหรัฐ* (ประมาณ *1.317 ล้านบาท*) โดยปรับตัวขึ้นราว *5.5%* ภายในสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี การที่ปริมาณการทำธุรกรรมลดลงต่อเนื่อง แม้ราคาจะปรับขึ้น ย่อมชี้ว่าตลาดควรให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ว่า ราคาดังกล่าวสะท้อนถึงการใช้งานจริงของเครือข่ายหรือไม่
ในช่วงที่ราคาพุ่งแต่ธุรกรรมตกต่ำ จึงน่าจับตาว่า ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณ *การซื้อขาย ETF* และ *ตัวชี้วัดออนเชน* จะส่งผลต่อระดับ *ความเชื่อมั่นในตลาด* อย่างไรในระยะต่อไป
ความคิดเห็น 0