บิตคอยน์(BTC) ร่วงลงต่ำกว่าระดับ 90,000 ดอลลาร์ หรือราว 1.3 ล้านบาทอีกครั้ง ท่ามกลางบรรยากาศตลาดเอเชียที่อ่อนแอเป็นวันที่สองติดต่อกัน โดยนักลงทุนเริ่มหันกลับมาให้ความสนใจกับ *ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์* และ *ปัจจัยเศรษฐกิจ* อีกครั้ง
เช้าวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา บิตคอยน์ปรับลดลง 2.1% มาอยู่ที่ 90,975 ดอลลาร์ หรือราว 1.32 ล้านบาท อีเธอเรียม(ETH) ร่วง 3.4% มาอยู่ที่ 3,160 ดอลลาร์ หรือราว 4.59 แสนบาท ขณะที่ริปเปิล(XRP) ลดลง 4.5% อยู่ที่ 2.17 ดอลลาร์ หรือประมาณ 3,153 บาท ส่งผลให้ *มูลค่าตลาดรวมของคริปโตเคอร์เรนซี* หดตัว 1.9% เหลือ 3.2 ล้านล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 4,648 ล้านล้านบาท
ปัจจัยหลักที่ฉุดราคาคือ *ความเชื่อมั่นที่เปราะบาง* ของนักลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง โดยต้นตอมาจากตลาดพลังงาน หลังจาก *ทรัมป์* ประกาศข้อตกลงจัดหาน้ำมันกับเวเนซุเอลาสูงสุดถึง 50 ล้านบาร์เรล ซึ่งอาจกดดันราคาน้ำมันโลกในอนาคต ทำให้ตลาดหุ้นเอเชียตอบสนองในทิศทางลบ ดัชนีนิกเคอิญี่ปุ่นลดลง 1.1% ดัชนีฮั่งเส็งฮ่องกงร่วง 1.3% แม้ว่า ASX200 ของออสเตรเลียจะพยุงตัวขึ้นเล็กน้อย 0.2% จากแรงหนุนของกลุ่มสินทรัพย์โภคภัณฑ์ แต่โดยรวมก็ยังสะท้อนถึงภาวะวิตกกังวลของนักลงทุน
ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐปิดผสมผสาน โดยนักลงทุนจับตา ‘รายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตร’ ที่จะเผยแพร่ในวันศุกร์นี้ ซึ่งคาดว่าจะชี้ถึง *การชะลอตัวของตลาดแรงงาน* นอกจากนี้ยังมีความไม่แน่นอนจากนโยบายต่างประเทศของประธานาธิบดีทรัมป์ เช่น กรณีเวเนซุเอลา ที่อาจกระทบเสถียรภาพเชิงนโยบาย
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของคริปโตยังคงมีปัจจัยบวกบางประการ นักวิเคราะห์จาก Bitfinex ระบุว่า *เงินลงทุนยังคงไหลเข้าบิตคอยน์* โดยเฉพาะจากกระแส ETF ที่เข้ามาเสริมแรงซื้อ โดย *กองทุน ETF บิตคอยน์สหรัฐ* มีเงินไหลเข้า 1.1 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 1.6 แสนล้านบาทภายในเพียงสองวันแรกของปี ขณะเดียวกัน มอร์แกน สแตนลีย์ยังได้ยื่นขออนุมัติเปิดตัวผลิตภัณฑ์ทรัสต์บิตคอยน์อย่างเป็นทางการ
ในอีกด้านหนึ่ง MSCI ผู้จัดทำดัชนีการลงทุนระดับโลกยังคงรวมบริษัทที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลไว้ในดัชนีหลัก เพื่อเปิดทางให้การลงทุนผ่านพอร์ต ETF ยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ ดัชนี S&P500 ยังคงอยู่ใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ราคาทองคำและโลหะยังทรงตัวในระดับสูง บวกกับราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐที่ลดลงใกล้จุดต่ำสุดในรอบหลายปี หนุนความหวังในการลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ
ด้านภูมิภาค ยังมี *ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่น่าจับตา* โดยเฉพาะความตึงเครียดระหว่างจีนและญี่ปุ่น ซึ่งจีนประกาศระงับการส่งออก “สินค้าที่ใช้ได้ทั้งเชิงพาณิชย์และทางทหาร” ไปยังญี่ปุ่น ซึ่งอาจส่งผลต่อการผลิตและส่งออกของภูมิภาค และกระทบต่อเสถียรภาพของตลาดในวงกว้าง
ปัจจัยสำคัญที่อาจส่งแรงกระเพื่อมไปยังตลาดในเร็ววัน ได้แก่ รายงานการจ้างงานของสหรัฐในวันศุกร์นี้ และคำตัดสินของศาลสูงสหรัฐเกี่ยวกับนโยบายภาษีศุลกากรโลกที่ผลักดันโดย *ทรัมป์* ซึ่งอาจกระทบทั้งอัตราดอกเบี้ย, ตลาดหุ้น และคริปโตในระยะสั้น
แม้แนวโน้มจะยังไม่ชัดเจน แต่หลายฝ่ายยังมองว่า *กระแสลงทุนผ่าน ETF* รวมถึง *สภาพแวดล้อมเศรษฐกิจที่ผ่อนคลายของสหรัฐ* ยังคงสนับสนุนบิตคอยน์ในระยะยาว ความคิดเห็น: ตลาดในช่วงนี้สะท้อนภาพความเปราะบางของความเชื่อมั่น แต่องค์ประกอบพื้นฐานบางส่วนยังช่วยประคองทิศทางราคาไว้
ความคิดเห็น 0