เจพีมอร์แกนชี้กระแสเงินทุนไหลเข้าออกของบิตคอยน์ ETF เริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น สะท้อนภาพรวมของตลาดคริปโตที่กำลังก้าวเข้าสู่ช่วง ‘ปรับกลยุทธ์’ มากกว่าการ ‘เทขายแบบจำใจ’ โดยประเมินว่าในช่วงต้นปี 2026 ตลาดคริปโตจะมีแนวโน้มทรงตัวและฟื้นตัวจากแรงเทขายที่มาก่อนหน้านี้
เมื่อวันที่ 7 (เวลาท้องถิ่น) บิตคอยน์(BTC) ซื้อขายอยู่ที่ 90,428 ดอลลาร์ หรือราว 1.3 ล้านบาท ลดลง 2.5% จากวันก่อน ส่วนอีเธอเรียม(ETH) อยู่ที่ 3,100 ดอลลาร์ หรือราว 4.5 แสนบาท ลดลง 4.5% แม้ราคาจะปรับลง แต่เจพีมอร์แกนมองว่าสถานการณ์ปัจจุบันสะท้อนถึงโครงสร้างตลาดที่ไม่วิกฤต แต่เป็นช่วง ‘หมุนเวียน’ ซึ่งไม่ใช่ตลาดหมีอย่างสมบูรณ์
ตามรายงานจากเจพีมอร์แกน การเปลี่ยนแปลงของกระแสเงินใน ETF จาก ‘ไหลออกทางเดียว’ เป็น ‘การหมุนเวียนสองทาง’ ถือเป็นสัญญาณเชิงบวก โดยระบุว่าในปี 2025 ตลาดบิตคอยน์เผชิญกับภาวะขายคืน ETF ที่เร่งตัวขึ้นจากความพยายามลดความเสี่ยง แต่ในต้นปี 2026 การไหลเข้า–ไหลออกของเงินเริ่มสมดุลมากขึ้น เช่น วันที่ 5 มกราคม มีเงินไหลเข้าสุทธิ 697 ล้านดอลลาร์ แต่กลับกลายเป็นไหลออก 243 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 7 มกราคม ซึ่งมองได้ว่าเป็น ‘การปรับกลยุทธ์แบบมีเป้าหมาย’ มากกว่าแรงเทขายจำเป็น
ทีมนักวิเคราะห์นำโดย นิโคลาออส ปานิจิรโซกลู จากเจพีมอร์แกน ระบุว่าการเคลื่อนไหวในครั้งนี้สอดคล้องกับการวิเคราะห์ตั้งแต่ปีที่แล้วที่แยกแยะอย่างชัดเจนระหว่างการลดเลเวอเรจในตลาดฟิวเจอร์ส และการขายของนักลงทุนที่ไม่ได้ถือ ETF กล่าวคือ ตลาดไม่ได้พังทลาย แต่กำลังอยู่ในช่วง ‘ปรับพอร์ต’
อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวสำคัญจากภาคการลงทุนแบบสถาบันคือ ความชัดเจนจาก MSCI บริษัทจัดทำดัชนีระดับโลก ที่ระบุว่าจะยังไม่ถอดบริษัทที่ถือบิตคอยน์ออกจากดัชนีในช่วงนี้ ซึ่งช่วยบรรเทาความกังวลเรื่องแรงขายอัตโนมัติจากกองทุนประเภท passive โดยเฉพาะหุ้นของบริษัทอย่าง ‘สแตรทิจี’ ซึ่งถือครอง BTC จำนวนมาก ราคาก็ปรับตัวขึ้นตามความมั่นใจนี้ ทั้งนี้ ทางบริษัทออกแถลงการณ์ผ่าน X (เดิมชื่อ Twitter) ว่าการตัดสินใจของ MSCI ถือเป็น “การสะท้อนความเป็นกลางและความสมจริง” ของโครงสร้างดัชนี
เจพีมอร์แกนยังกล่าวว่า รูปแบบการไหลเข้า–ไหลออกของ ETF ในขณะนี้ เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าตลาดกำลังเข้าสู่พันธะเชื่อมโยงระหว่างตลาดคริปโตกับตลาดอนุพันธ์ และเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงใหม่ๆ เช่น ฟิวเจอร์สและออปชั่น ทั้งยังเชื่อมโยงกับหุ้นของ DATCO อย่างแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยอาจช่วยลดความผันผวนในช่วงท้ายเดือนที่ผ่านมาที่เกิดจากการรีบาลานซ์กองทุน
เมื่อรวมทั้งปัจจัยของ ETF ที่เริ่มมีเสถียรภาพและท่าทีเปิดรับจากสถาบัน จึงอาจเป็นประตูสำคัญสู่การฟื้นตัวแบบยั่งยืนในระยะกลางถึงยาว ไม่ใช่แค่การเด้งกลับระยะสั้น ความเห็นของเจพีมอร์แกนสะท้อนว่า ตลาดคริปโตในตอนนี้ กำลังก้าวผ่านจาก ‘วิกฤต’ ไปสู่ยุคแห่ง ‘การออกแบบกลยุทธ์ใหม่’ อย่างเป็นระบบ
ความคิดเห็น 0