Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

พายคอยน์(PI) ร่วงกว่า 93% นักลงทุนหวั่นเสียโอกาสมากกว่าสร้างนวัตกรรม

‘นวัตกรรม’หรือ ‘เสียโอกาส’?...ราคาพายคอยน์(PI) ร่วงไม่หยุด นักลงทุนเริ่มหมดศรัทธา

แม้สกุลเงินดิจิทัลหลักอย่างบิตคอยน์(BTC) จะพลิกกลับมาเป็นขาขึ้นในช่วงต้นปีนี้ แต่พายคอยน์(PI) กลับไม่สามารถตามกระแสได้ ส่งผลให้กระแสความไม่มั่นใจในอนาคตของโครงการนี้เพิ่มมากขึ้น ราคาที่อ่อนแรง การขาดความชัดเจนในพื้นฐานมูลค่า และความกังวลเรื่องแรงขายที่อาจเกิดขึ้น กลายเป็นประเด็นที่ทำให้นักลงทุนจำนวนไม่น้อยเริ่มตั้งคำถามต่อโอกาสในการฟื้นตัวของโทเคนนี้

ปัจจุบัน ราคาพายคอยน์อยู่ที่ประมาณ 0.20 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 290 บาท) แม้ว่าจะปรับตัวขึ้นเล็กน้อย 2% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่เมื่อเทียบกับราคาสูงสุดในเดือนกุมภาพันธ์ปีก่อนที่ 3 ดอลลาร์ (ราว 4,360 บาท) ยังถือว่าร่วงลงมากกว่า 93% ซึ่ง *เป็นตัวเลขที่สะท้อนแรงกดดันอย่างมีนัยสำคัญ* นักวิเคราะห์บางรายมองว่า โครงสร้างของโปรเจกต์มีประสิทธิภาพต่ำ และโอกาสในการฟื้นตัวของราคาเป็นไปได้ยาก

ผู้ใช้ X (อดีต Twitter) รายหนึ่งชื่อ ‘pinetworkmembers’ ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นนักวิจารณ์ต่อตัวโครงการ กล่าวว่า "การจะมีมุมมองในเชิงบวกต่อพายคอยน์ในเวลานี้เป็นเรื่องยาก" โดยเขาชี้ว่า แม้บิตคอยน์จะปรับตัวขึ้น แต่ PI กลับไม่ขยับตาม แถมยังเผชิญกับอุปสรรคด้านราคาอีกหลายจุด

ข้อบกพร่องที่เขาระบุไว้มีหลายประการ เช่น การไม่ได้รับการสนับสนุนจากตลาดเทรดหลัก, การไม่มี ‘เมนเน็ต’ อย่างเป็นทางการ, ขาดความชัดเจนเรื่องจำนวนโทเคนในระบบ, โครงสร้างที่ *รวมศูนย์มากเกินไป*, และที่สำคัญคือยอดโทเคนของผู้ใช้จำนวนมากยังคงอยู่ในสถานะล็อก เขาย้ำอีกว่า ถึงจุดหนึ่งต้องตั้งคำถามว่า “นี่คือ ‘นวัตกรรม’ หรือแค่การ ‘เสียเวลาและโอกาส’ เท่านั้น”

ด้านข้อมูลในตลาดก็ชี้ถึงแนวโน้ม *แรงขายที่จะเพิ่มขึ้น* ข้อมูลจากเว็บไซต์ติดตามข้อมูลพายคอยน์อย่าง Piscan.io ระบุว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีพายคอยน์กว่า 1.8 ล้านโทเคนถูกโอนเข้าตลาดเทรดแบบรวมศูนย์ ซึ่งตีความได้ว่าอาจเตรียมถูกขายในตลาด

ขณะนี้ มีพายคอยน์มากกว่า 425 ล้านโทเคนถูกฝากในตลาดซื้อขาย โดย Gate.io ถือครองมากที่สุดกว่า 52% ตามด้วย Bitget ที่ถือโทเคนประมาณ 148 ล้าน นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่า ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา มีกำหนดจะมีโทเคนกว่า 130 ล้านโทเคนถูกทยอยปลดล็อกเข้าสู่ตลาดในช่วงเวลา 30 วัน ซึ่งในวันเดียวกันนั้น มีการปลดโทเคนกว่า 5.3 ล้านโทเคน พร้อมคาดการณ์ว่าค่าเฉลี่ยรายวันจะอยู่ที่ 4.36 ล้านโทเคน ซึ่งถือเป็นปัจจัยเสริมแรงกดดันหากยังไม่มีความต้องการซื้อที่เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยังมี “เสียงข้างน้อย” ของนักวิเคราะห์ที่เชื่อว่าพายคอยน์อาจมีโอกาสฟื้นตัวจากมุมมองทางเทคนิค โดยผู้ใช้ X ชื่อ ‘Vuori Trading’ ระบุว่า PI ส่งสัญญาณทะลุแนวโน้มขาลงที่ยืดเยื้อมานานถึง 8 เดือน พร้อมตั้งเป้าราคาไว้ที่ 0.57 ดอลลาร์ หรือราว 830 บาท ขณะที่ผู้ใช้อีกรายชื่อ ‘Aman’ ก็วิเคราะห์ว่า หากราคาทะลุ 0.215 ดอลลาร์ได้ น่าจะมีโอกาสขยับขึ้นอีกครั้ง

นอกจากนี้ ความเร็วในการปลดล็อกโทเคนที่ช้าลงก็ถูกมองว่าเป็นสัญญาณบวกเช่นกัน โดยเฉพาะในแง่ของ *การลดแรงกดดันระยะสั้น* ซึ่งอาจทำให้ราคาคงเสถียรได้มากกว่าก่อนหน้า

พายคอยน์เคยถูกจับตามองในฐานะแพลตฟอร์มที่เน้นรางวัลจากการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ผ่านระบบทดลอง(Testnet) แต่โครงการกลับเสียความน่าเชื่อถือ จากทั้งความล่าช้าในการเปิดตัวเมนเน็ตและข้อครหาด้านความโปร่งใส ตอนนี้ นักลงทุนกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนมากกว่าความหวังในการฟื้นตัว แม้ว่าจะยังมีโอกาสจากการรีบาวด์ทางเทคนิคหรือการชะลอของแรงขาย แต่ *สิ่งสำคัญ* อยู่ที่ความสามารถของนักพัฒนาและชุมชนในการฟื้นฟูความมั่นใจ

อีกไม่กี่เดือนข้างหน้า จะเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ชี้ชะตาอนาคตของพายคอยน์อย่างแท้จริง

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1