Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ฮอสกินสันจี้ 'เดวิด แซคส์' ลาออก หลังร่างกฎหมาย CLARITY เสี่ยงตกกลางไตรมาสนี้

ชาร์ลส์ ฮอสกินสัน ผู้ก่อตั้งเหรียญเอ이다(ADA) เรียกร้องให้ เดวิด แซคส์ ที่ปรึกษาด้านคริปโตคนสำคัญของประธานาธิบดีทรัมป์ ลาออกจากตำแหน่ง พร้อมชี้ว่า ‘พ.ร.บ.ความชัดเจนตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล’ หรือ ‘CLARITY Act’ มีแนวโน้มไม่สามารถผ่านได้ภายในไตรมาสนี้

เมื่อวันที่ 23 (เวลาท้องถิ่น) ฮอสกินสันปรากฏตัวในพอดแคสต์สายคริปโต ‘The Wolf of All Streets’ โดยเปิดเผยว่า “เป็นเรื่องยากที่ร่างกฎหมาย CLARITY จะได้รับการอนุมัติในช่วงเวลานี้” พร้อมเสริมว่า หากพรรคเดโมแครตชนะสภาผู้แทนราษฎรในการเลือกตั้งกลางเทอมเดือนพฤศจิกายน ช่องทางในการผลักดันร่างกฎหมายนี้อาจปิดลงถาวร

เขายังกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า ถ้าร่างกฎหมายนี้ไม่สามารถผ่านได้ในไตรมาสนี้ เดวิด แซคส์ควรลาออกจากตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้งเมื่อต้นปี 2024 โดยให้เหตุผลว่า "จนถึงตอนนี้ แซคส์ยังไม่มีผลงานที่เป็นรูปธรรมเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมคริปโตเลย"

ร่างกฎหมาย CLARITY ซึ่งยื่นต่อสภาเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่ผ่านมา ได้รับการสนับสนุนทั้งฝ่ายจากคณะกรรมาธิการด้านบริการการเงินและการเกษตรของสภาผู้แทนราษฎร โดยในวันพฤหัสบดีที่จะถึงนี้ จะเข้าสู่การลงมติของคณะกรรมาธิการด้านการเกษตรและการธนาคารของวุฒิสภา

เนื้อหาหลักของ CLARITY เน้นการแบ่งแยกขอบเขตรับผิดชอบระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(SEC) กับสำนักงานกำกับการซื้อขายล่วงหน้า(CFTC) รวมทั้งวางหลักเกณฑ์แยกประเภทโทเคน จุดมุ่งหมายเพื่อคลี่คลาย ‘ความไม่ชัดเจน’ ที่สั่งสมในอุตสาหกรรมคริปโตสหรัฐมานาน

แต่ในมุมมองของฮอสกินสัน เขากล่าวว่า แซคส์ล้มเหลวในการผลักดันการสนับสนุนภาครัฐต่อระบบคริปโตโดยรวม พร้อมอ้างว่า “หลังจากทรัมป์เริ่มดำรงตำแหน่ง สินทรัพย์คริปโตส่วนใหญ่ปรับตัวลดลงกว่า 40-50%” ซึ่งสะท้อนถึงความล้มเหลวทั้งในด้านสภาวะตลาด กฎระเบียบที่ไม่แน่นอน และโครงสร้างพื้นฐานที่ยังไม่เพียงพอ

นอกจากนั้น ฮอสกินสันยังออกมาแสดงความกังวลต่อร่างกฎหมายอีกฉบับคือ ‘GENIUS Act’ ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการกำกับดูแลเหรียญเสถียร(Stablecoin) โดยเขาระบุว่ากฎหมายดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับสถาบันการเงินขนาดใหญ่อย่างแบล็คร็อก โกลด์แมนแซคส์ และมอร์แกนสแตนลีย์ เป็นหลัก

เขาวิพากษ์นโยบายคริปโตของรัฐบาลทรัมป์ ว่ากำลังกระตุ้นให้เกิดเทรนด์ ‘คริปโตอเมริกัน’ ซึ่งขัดกับจิตวิญญาณของเทคโนโลยีนี้ โดยกล่าวว่า “การพยายามทำให้คริปโตกลายเป็นของสหรัฐหรือเอาใจเฉพาะคนในประเทศนั้น ไร้สาระสิ้นดี...คริปโตควรเป็นเทคโนโลยีที่เป็นกลางและเป็นสากล”

สุดท้าย ฮอสกินสันทิ้งท้ายว่า “การออกกฎหมายเกี่ยวกับคริปโตไม่ควรเร่งรีบ ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลและภาคเอกชน เพื่อสร้างกฎระเบียบที่ยั่งยืนโดยไม่บั่นทอนนวัตกรรมในระยะยาว” โดย ‘ความชัดเจน’ ที่แท้จริงควรจะเกิดจากความตั้งใจในการสร้างสมดุล ไม่ใช่แค่ผลักภาระไปยังกลุ่มทุนใดทุนหนึ่ง

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1