คณะกรรมาธิการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าของสหรัฐ (CFTC) เปิดตัว ‘คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านนวัตกรรม’ ใหม่ขึ้นเพื่อพัฒนากรอบการกำกับดูแลเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่าง *บล็อกเชน* และ *ปัญญาประดิษฐ์(AI)* โดยมีผู้นำอุตสาหกรรมคริปโตเข้าร่วมอย่างคับคั่ง เพื่อสะท้อนเสียงของภาคเอกชนโดยตรงต่อการกำหนดนโยบายในอนาคต
เมื่อวันที่ 24 CFTC เปิดเผยว่า ได้จัดตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาดังกล่าวขึ้นใหม่ภายใต้ชื่อ ‘Innovation Advisory Committee (IAC)’ แทนที่คณะกรรมการชุดเดิมที่เน้นด้านเทคโนโลยีทั่วไป โดยมี *ไมค์ เซลิก* (Mike Selig) รับตำแหน่งประธานคนใหม่ของคณะกรรมการ ซึ่งกล่าวว่า เป้าหมายของ IAC คือการประเมินและเสนอแนวทางกำกับดูแลด้านการค้า การเงิน และโมเดลธุรกิจใหม่ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างชัดเจนและทันสมัย
เซลิกกล่าวต่อว่า การเข้ามาของเทคโนโลยี *AI, บล็อกเชน และคลาวด์คอมพิวติ้ง* กำลังพลิกโฉมระบบโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงระบบเดิมหรือการออกแบบระบบใหม่ทั้งหมด ซึ่งเขาเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงนี้คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะนำสหรัฐเข้าสู่ยุคทองของตลาดการเงินอีกครั้ง
คณะกรรมการนี้ประกอบด้วยผู้นำจากบริษัทคริปโตรายใหญ่ อาทิ *ไทเลอร์ วิงเคิลวอส* จากเจมินี(Gemini), *เชน คอปลัน* จากโพลีมาร์เก็ต(Polymarket), *ทาเร็ก มานซูร์* จาก Kalshi, *คริส มาร์ชาเลก* จากคริปโตดอทคอม(Crypto.com) และ *อรชุน เซติ* จากคราเคน(Kraken) โดยทั้งหมดเป็นสมาชิกก่อตั้งคณะกรรมการในครั้งนี้
จากฝั่งการเงินกระแสหลักก็มีผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วม อาทิ *เจฟ สเปรเชอร์* ซีอีโอของอินเตอร์คอนติเนนตัลเอกซ์เชนจ์(ICE) บริษัทแม่ของตลาดหุ้นนิวยอร์ก(NYSE), *เครก โดโนฮิว* ซีอีโอของตลาดออปชันชิคาโก(Cboe) และ *อาเดนา ฟรีดแมน* ซีอีโอของแนสแด็ก(Nasdaq)
CFTC ยังเปิดรับข้อเสนอแนะรายชื่อผู้เหมาะสมจะได้รับเชิญเข้าร่วมคณะกรรมการไปจนถึงวันที่ 31 มกราคม โดยจะมีการรวบรวมเสียงจากหน่วยงานกำกับดูแล, นักวิชาการ และภาคประชาสังคมด้วย เพื่อให้ได้มุมมองที่หลากหลาย
การจัดตั้ง IAC นับเป็นอีกก้าวที่สะท้อนเจตนารมณ์ของ CFTC ในการเดินหน้าร่วมสร้างแนวทาง ‘กำกับดูแลแบบเปิดรับเทคโนโลยี’ เช่นเดียวกับแนวทางของ SEC ที่พยายามดึงดูดโครงการ *Web3* และ *AI* ให้ตั้งรกรากในสหรัฐ แทนที่จะไปเติบโตในต่างประเทศ
ด้านบริษัทลงทุนเทคโนโลยีชื่อดัง *แอนดรีสเซน โฮโรวิตซ์(a16z)* ออกแถลงการณ์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เตือนว่า หากสหรัฐไม่เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมคริปโต จะส่งผลกระทบไม่เพียงแค่เศรษฐกิจ แต่รวมถึงอำนาจทางทหารและวัฒนธรรม เพราะการแข่งขันเชิงเทคโนโลยีคือหัวใจของความเป็นผู้นำระดับโลก
a16z ให้ความเห็นว่า รัฐบาลควรเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับวิจัยและพัฒนาด้านคริปโต พร้อมส่งเสริมการดึงดูดบุคลากรคุณภาพเข้าสู่อุตสาหกรรม หากยังปล่อยให้ความไม่ชัดเจนด้านกฎระเบียบดำเนินต่อไป อาจกระทบสมดุลอำนาจทางเทคโนโลยีในระดับโลก
ขณะที่คณะกรรมการ IAC พยายามวางแนวทางที่ครอบคลุมและชัดเจนเกี่ยวกับ *บล็อกเชน* และ *AI* การที่ภาคเอกชนโดยเฉพาะฝั่ง *คริปโตเคอร์เรนซี* มีตัวแทนนั่งร่วมโต๊ะนโยบาย เชื่อว่าจะทำให้การขับเคลื่อนบทบาทของเทคโนโลยีเหล่านี้ในตลาดการเงินมีความแน่นอนและมั่นใจยิ่งขึ้นในระยะยาว
ความคิดเห็น 0