บิตคอยน์(BTC) กำลังพยายามฟื้นตัวอย่างช้าๆ หลังจากร่วงหนักในเดือนตุลาคม โดยตลาดกำลังเพ่งเล็งระดับราคา ‘10,0000 ดอลลาร์’ หรือประมาณ 1.47 ล้านบาทไทย เป็นจุดเปลี่ยนทางจิตวิทยาครั้งสำคัญ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า แม้การฟื้นตัวในระยะสั้นจะเกิดขึ้น แต่ก็ยังเร็วเกินไปที่จะประกาศการกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นอย่างชัดเจน โดยมีอุปสรรคสำคัญทั้งจากความไม่แน่นอนในเศรษฐกิจมหภาค และข้อจำกัดเรื่องสภาพคล่อง
หลังจากบิตคอยน์ร่วงลงอย่างหนักในวันที่ 11 ตุลาคม 2025 บิตคอยน์ยังไม่สามารถหลุดพ้นจากช่วงขาลงได้ จนกระทั่งต้นเดือนธันวาคมที่ความเชื่อมั่นเริ่มฟื้นตัวเล็กน้อย โดยราคารักษาระดับที่ 85,000 ดอลลาร์ หรือราว 1.25 ล้านบาท พยายามสร้างแนวรับใหม่ จากนั้นมีความพยายามทดลองแนวต้านที่ 94,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 1.38 ล้านบาท แต่ถูกแรงขายฉุดกลับอยู่หลายครั้ง
ในช่วงต้นเดือนมกราคม ราคาบิตคอยน์สามารถทะลุผ่าน 94,000 ดอลลาร์ได้สำเร็จ และขึ้นไปแตะระดับ 98,000 ดอลลาร์ หรือใกล้เคียง 1.44 ล้านบาท ทำให้ตลาดเริ่มจับตามองไปยังจุดเป้าหมาย ‘100,000 ดอลลาร์’ อีกครั้ง อย่างไรก็ดี หากในไตรมาสแรกบิตคอยน์กลับตัวลดลงและทำจุดต่ำสุดใหม่อีกครั้ง ก็อาจกลายเป็นสัญญาณลบนักลงทุนได้
ขณะเดียวกัน บรรดาผู้เล่นในตลาดยังคงประเมินว่า การฟื้นตัวของบิตคอยน์จะยั่งยืนหรือเป็นแค่การดีดตัวชั่วคราว เกวิน โธมัส ซีอีโอของ TEN โปรโตคอล ระบุว่า ขณะนี้ความสนใจของเงินทุนสถาบันยังเสี่ยงต่อการเบนไปทาง ‘ทองคำ’ มากกว่าจะไหลเข้าสู่ตลาดคริปโต โดยกล่าวว่า “ธนาคารกลางหลายแห่งกำลังลดการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยแบบดั้งเดิม เช่น พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ แล้วโยกสภาพคล่องเข้าสู่ทองคำ”
โธมัสยังชี้อีกว่า การฟื้นตัวที่มั่นคงของราคาบิตคอยน์จำเป็นต้องอาศัย ‘การขยายตัวของสภาพคล่องดอลลาร์’ โดยมีปัจจัยหนุนจากโปรแกรมจัดการสภาพคล่องของธนาคารกลางสหรัฐ(Fed) รวมถึงการปล่อยกู้เชิงกลยุทธ์โดยธนาคารพาณิชย์ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อความสามารถของนักลงทุนในการเข้าร่วมตลาดคริปโต
อีกจุดที่ควรจับตาคือ ‘การพึ่งพาสถาบัน’ ของตลาดบิตคอยน์ ซึ่งเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ช่วงต้นปี 2025 โธมัสให้ความเห็นว่า ขณะนี้ทิศทางตลาดขึ้นอยู่กับตัวเลขเศรษฐกิจมหภาคมากกว่าที่เคย และระดับความไม่แน่นอนยังคงอยู่ในระดับสูง
ในส่วนของกองทุน ETF บิตคอยน์แบบสปอต ก็ยังคงแสดงภาพที่ไม่ชัดเจน โดยแม้จะไม่มีสัญญาณถอนเม็ดเงินอย่างรุนแรง แต่ก็ยังไม่อาจเรียกได้ว่านักลงทุนมีความเชื่อมั่นเต็มที่ ซึ่งเป็นอีกอุปสรรคต่อตลาด
ขณะที่ตลาดยังไม่สามารถปลดล็อกแนวต้านสำคัญได้ บางฝ่ายกลับมองว่านี่เป็นช่วงเวลา ‘การเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้าง’ โดยผู้เชี่ยวชาญบางคนอธิบายสถานการณ์ปัจจุบันว่าอยู่ใน ‘ช่วงการกระจายซ้ำ’ ซึ่งเป็นลักษณะของการเปลี่ยนมือจากนักลงทุนระยะสั้นไปสู่นักลงทุนระยะยาว และเกิดขึ้นในหลายรอบวัฏจักรก่อนสู่ตลาดกระทิง
เอเนโก คโนร์ ซีอีโอของบริษัทผู้ออกเหรียญเสถียรค่า สตาร์โวลูต ให้ความเห็นว่า “หลายคนเรียกสิ่งนี้ว่า ‘การกระจายใหม่’ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เป็นขั้นตอนที่นักลงทุนสายเก็งกำไรระยะสั้นทยอยออกจากตลาด และเหลือไว้แต่นักลงทุนระยะยาวที่มีความเชื่อมั่นสูง” เขายังเสริมว่า “นี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนที่ส่งผลให้บิตคอยน์ได้รับการยอมรับในฐานะ ‘สินทรัพย์ที่แท้จริงมากขึ้น’”
คโนร์ยังมองว่าความผันผวนในระยะสั้นไม่ได้ทำลายแนวโน้มเชิงโครงสร้างในระยะยาวของบิตคอยน์ และเหตุการณ์ความรุนแรงด้านราคามักเกิดจากปัจจัยแบบเฉียบพลัน เช่น ปัญหาสภาพคล่อง การบังคับขาย หรือแรงกดดันจากข้อบังคับ แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้กระทบต่อนัยยะของบิตคอยน์ในฐานะ ‘สินทรัพย์สำหรับการเก็บรักษามูลค่า’
“ความต้องการจากสถาบันและ ETF ยังคงเพิ่มขึ้น ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกและการเสื่อมค่าของเงินกระดาษ กำลังทำให้บิตคอยน์ถูกมองว่าเป็น ‘สินทรัพย์ป้องกันต่อความล้มเหลวของสกุลเงิน’” คโนร์กล่าว พร้อมเน้นว่า “สถานการณ์ปัจจุบันอาจไม่ใช่แค่ ‘การกระจาย’ แต่คือ ‘การรีเซ็ตใหม่’ สำหรับการเติบโตในระยะยาว”
ในภาพรวม ตลาดบิตคอยน์ยังอยู่ระหว่างการฟื้นตัวและค้นหาทิศทาง แม้ความผันผวนระยะสั้นจะยังสร้างความเหนื่อยล้าให้กับนักลงทุน แต่ในอีกมุมหนึ่ง หากเงื่อนไขด้านสภาพคล่องและการลงทุนจากสถาบันยังสนับสนุนต่อเนื่อง ความหวังในการทดสอบระดับ ‘100,000 ดอลลาร์’ ก็อาจไม่ไกลเกินเอื้อม
ความคิดเห็น 0