เจพีมอร์แกนจับตา ‘เฮเดรา(HBAR)’ เป็นกรณีศึกษาสำคัญในโมเดลบล็อกเชนสำหรับสถาบัน หลังเผยแพร่รายงานเกี่ยวกับการโทเคนไนซ์กองทุนตลาดเงิน(MMF) ซึ่งระบุโดยตรงว่า เฮเดราเป็นตัวอย่างของบล็อกเชนแบบ ‘Public Permissioned’ หรือระบบที่เปิดสาธารณะแต่มีการจำกัดการดำเนินงานไว้ในบางโหนด สร้างแรงสั่นสะเทือนในวงการคริปโตที่เคยมองว่า ธนาคารใหญ่ไม่ให้ความสำคัญกับเครือข่ายสาธารณะ
รายงานฉบับดังกล่าวจัดทำขึ้นโดยฝ่ายจัดการสินทรัพย์ดิจิทัล และทีมพัฒนาแพลตฟอร์มโทเคนของเจพีมอร์แกน โดยเสนอแนะแนวทางการนำบล็อกเชนมาใช้กับตลาด MMF สำหรับสถาบัน ซึ่งไม่จำกัดเพียงอีเธอเรียม(ETH) เท่านั้น โดยเริ่มต้นจากการจำแนกประเภทเทคโนโลยีบัญชีแจกแจง (DLT) และยกตัวอย่างว่า ‘เฮเดรา’ เป็นกรณีที่มีโครงสร้างเปิดแต่ยังคงควบคุมความปลอดภัยและข้อกำกับไว้ได้ โดยระบุว่า เฮเดรามี ‘กลุ่มสภาบริหาร (Governing Council)’ ซึ่งประกอบด้วยบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่างกูเกิลและไอบีเอ็มเป็นผู้ดำเนินการโหนดหลัก
ในเชิงสัญลักษณ์ นี่แสดงให้เห็นว่าธนาคารขนาดใหญ่เริ่มมองเทคโนโลยีของเฮเดราในฐานะทางเลือกที่เข้ากับกฎเกณฑ์ทางการเงินได้ แม้รายงานจะไม่มีถ้อยคำชัดเจนว่า เจพีมอร์แกนจะใช้เฮเดราโดยตรง หรือมีแผนเป็นพันธมิตรในเชิงพาณิชย์ แต่การที่รายชื่อเฮเดราถูกใส่ไว้ใน ‘reference set’ ถือเป็นการรับรองอันสำคัญ
ขณะเดียวกัน รายงานยังประเมินมูลค่าตลาดโทเคนไนซ์ในเครือข่ายบล็อกเชนสาธารณะอยู่ที่ประมาณ 3.5 พันล้านดอลลาร์ หรือเพียง 0.01% ของตลาดสินทรัพย์ดั้งเดิม ซึ่งแสดงให้เห็นว่า *99.9% ของตลาดยังมีโอกาสขยายตัวอีกมาก* ‘CryptoSpirit’ อินฟลูเอนเซอร์สายคริปโต ได้เสริมว่า ตลาดที่รอการเข้าถึงนั้น ใหญ่กว่าที่หลายฝ่ายคาดคิดไว้มาก
แม้ปัจจุบัน การโทเคนไนซ์ MMF ยังจำกัดอยู่ที่ประมาณ 8 พันล้านดอลลาร์ แต่เพียงแค่ในสหรัฐก็มีมูลค่า MMF แบบดั้งเดิมสูงถึง 8 ล้านล้านดอลลาร์ และหากนับรวมตลาดโลก อาจสูงถึงหลายสิบล้านล้านดอลลาร์ รายงานชี้ว่า แม้อีเธอเรียมจะครองสัดส่วนหลักในตอนนี้ แต่ยังไม่มี ‘ผู้ชนะ’ ที่ชัดเจนในโครงสร้างตลาดนี้
เจพีมอร์แกนยังอยู่ในช่วงทดลองบล็อกเชนหลายรูปแบบก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นอาวาแลนเช(AVAX), โพลีกอน(MATIC), หรือออนโทโลจี(ONT) ซึ่งแต่ละเครือข่ายถูกพิจารณาในมิติที่ต่างกัน แต่คราวนี้ ‘ความเหมาะสมกับสถาบัน’ ทำให้เฮเดราเป็นที่จับตา
ความเหมาะสมนี้ยังได้รับการเสริมจากกรณีตัวอย่างในอังกฤษ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อปี 2023 เมื่อ abrdn, ธนาคารลอยด์ และแพลตฟอร์มฟินเทคอาคาส(Archax) ได้ทดลองใช้เทคโนโลยีเฮเดรากับการโทเคนไนซ์สินทรัพย์จริง โดยแปลง MMF และพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษให้เป็นโทเคน แลกเปลี่ยนเป็นหลักประกันในการซื้อขายฟอเร็กซ์ ซึ่งทุกกระบวนการเกิดขึ้นบนเครือข่ายเฮเดราที่เปิดสาธารณะ รายการทดลองนี้ยังเป็นไปตามข้อกำกับของ FCA ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินของอังกฤษ
ตลาดฟอเร็กซ์ของอังกฤษ มีปริมาณซื้อขายเฉลี่ยต่อวันถึง 5.4 ล้านล้านดอลลาร์ จึงมี ‘ความคิดเห็น’ ว่า การได้เข้าทดลองในตลาดขนาดนี้ ย่อมช่วยพัฒนาโมเดลที่รองรับสถาบันจริง ไม่ใช่แค่เดโมเชิงเทคนิค รายละเอียดของระบบยังโปรแกรมให้มีข้อความ่าย ชำระราคาบนเชน และลดความเสี่ยงหากเกิดการขายฉุกเฉิน—ซึ่งตรงกับวิสัยทัศน์ระบบสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้ข้อกำกับของเจพีมอร์แกนอย่างมาก
แม้สุดท้ายรายงานจะไม่ได้ระบุว่า ‘เฮเดราคือคำตอบ’ หรือมีแผนเชิงกลยุทธ์ในการใช้งานจริง แต่ชื่อของเฮเดราที่ปรากฏในรายชื่อเครือข่ายที่เหมาะสมสำหรับสถาบัน ก็ถือเป็นสัญญาณบวกหนึ่งขั้นในกระบวนทัศน์ของตลาดที่กำลังเข้าสู่ยุคโทเคนไนซ์อย่างจริงจัง
ความเคลื่อนไหวของเจพีมอร์แกน รวมถึงสถาบันการเงินขนาดใหญ่ อาจเป็นตัวกำหนดทิศทางว่าโครงสร้างบล็อกเชนใดจะได้รับการยอมรับในที่สุด ซึ่งจะมีผลกระทบโดยตรงต่อทั้ง ‘อุปสงค์ของเครือข่าย’ และ ‘มูลค่าของสินทรัพย์’ ที่ผูกกับแต่ละโปรเจกต์ แม้จะเริ่มต้นจากเพียง ‘การได้รับการกล่าวถึง’ แต่สำหรับเฮเดราแล้ว ก็อาจเป็นหนึ่งก้าวใหญ่ของความเชื่อมั่นจากตลาดสถาบัน.
ความคิดเห็น 0