Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ศึกเดือด! คอยน์เบสลั่นไม่ร่วมโต๊ะเจรจา ทรัมป์จ่อถอนหนุนร่างกฎหมายคริปโต

ความขัดแย้งระหว่างบริษัทคริปโตชื่อดังอย่าง *คอยน์เบส* กับรัฐบาลของทรัมป์กำลังลุกลามจนสร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อทำเนียบขาว ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการ *ถอนการสนับสนุนต่อร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล* ที่กำลังถูกร่างขึ้นในปัจจุบัน

ต้นเหตุของเรื่องเริ่มจากการที่ *คอยน์เบส* ตัดสินใจถอนตัวจากการเจรจากับรัฐบาลกลางอย่างกะทันหัน โดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า แหล่งข่าวจากวงในเผยว่า *ทำเนียบขาวเปรียบเทียบการกระทำของคอยน์เบสว่าเป็น “การลากพรม”* หรือการถอนตัวออกจากโปรเจกต์อย่างกะทันหัน ซึ่งในวงการบล็อกเชนเปรียบเสมือนการหลอกลวงครั้งใหญ่

เมื่อวันที่ 17 ตามเวลาท้องถิ่น เอลีเนอร์ เทอร์เร็ต(Eleanor Terrett) นักข่าวจาก Fox Business รายงานผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า *ทำเนียบขาวกำลังพิจารณายุติการสนับสนุนร่างกฎหมายควบคุมคริปโต หากคอยน์เบสไม่กลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา* พร้อมยื่นข้อเสนอที่ตอบโจทย์กับกลุ่มธนาคารมากขึ้น ร่างกฎหมายฉบับนี้ถือเป็นหนึ่งใน *นโยบายหลักของประธานาธิบดีทรัมป์* และเจ้าหน้าที่รัฐรายหนึ่งยังกล่าวด้วยว่า “ท้ายที่สุด ร่างนี้เป็นของทรัมป์ ไม่ใช่ของไบรอัน อาร์มสตรอง(CEO คอยน์เบส)”

ฝั่งคอยน์เบสอธิบายเหตุผลที่ถอนตัวว่า เนื่องจากธนาคารได้เสนอการแก้ไขร่างกฎหมายที่ *จำกัดฟังก์ชันหลัก เช่น การจ่ายดอกเบี้ยของสเตเบิลคอยน์* จนแทบใช้งานไม่ได้ ซึ่งข้อเรียกร้องที่เป็นปัญหา ได้แก่

- ข้อจำกัดที่ทำให้ *โทเคนหุ้น(Tokenized Stock)* แทบจะถูกห้าม

- การเพิ่มการควบคุมเทคโนโลยี *ดีไฟ(DeFi)*

- การให้อำนาจรัฐเข้าถึงข้อมูลการเงินส่วนตัวของผู้ใช้อย่างกว้างขวาง

- *การลดอำนาจของคณะกรรมการซื้อขายล่วงหน้าแห่งสหรัฐ(CFTC)*

อาร์มสตรองยังย้ำว่า ข้อกำหนดเหล่านี้กำลัง *บั่นทอนนวัตกรรมในวงการบล็อกเชนของอเมริกา* และเอื้อผลประโยชน์ให้ธนาคารรายใหญ่

ด้านรัฐบาลทรัมป์ออกแถลงการณ์ว่า การถอนตัวโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้าเช่นนี้เป็นการ “สร้างแรงกดดันแบบฝ่ายเดียว” และเรียกร้องให้ *คอยน์เบสกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาทันที* พร้อมชี้ว่า บริษัทกำลังเล่นเกมต่อรองที่เสี่ยงต่ออนาคตของอุตสาหกรรมทั้งระบบ โดยแหล่งข่าวจากทำเนียบขาวใช้คำว่า “*คอยน์เบสกำลัง Rug Pull อุตสาหกรรมคริปโตทั้งระบบ*” ซึ่งแสดงถึงมุมมองในเชิงลบอย่างรุนแรงจากฝั่งรัฐ

ด้านปฏิกิริยาในอุตสาหกรรมคริปโตมีความหลากหลาย แบรด การลิงเฮาส์(Brad Garlinghouse) จากริปเปิล(XRP) ยังไม่แสดงความเห็นใดๆ ขณะที่สถาบันวิเคราะห์การเงินอย่าง *Citron Research* กลับวิจารณ์ว่า "สิ่งที่คอยน์เบสกลัวจริงๆ คือการแข่งขันจากบริษัทอื่นภายใต้กรอบกฎหมายที่ชัดเจน" และมองว่าการถอนตัวในครั้งนี้ *มีเป้าหมายเพื่อขวางไม่ให้คู่แข่งที่เชี่ยวชาญสินทรัพย์แบบโทเคนเข้ามาชิงตลาด*

สำหรับกระบวนการทางกฎหมาย สภาเบิกจ่ายของวุฒิสภาซึ่งเดิมมีกำหนดประชุมเพื่อตรวจสอบร่างกฎหมายในวันที่ 15 ได้เลื่อนการพิจารณาออกไปแบบไม่มีกำหนด ทำให้สถานการณ์ของร่างกฎหมายดังกล่าวกลายเป็นเรื่องที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนในทันที

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การปะทะกันระหว่าง *คอยน์เบส* และ *รัฐบาลทรัมป์* ครั้งนี้อาจถือเป็น *จุดเปลี่ยนสำคัญของแนวทางกำกับดูแลคริปโตในสหรัฐฯ* เพราะประเด็นหลักในร่างกฎหมายอย่าง *การจำกัดรายได้จากสเตเบิลคอยน์ การควบคุมดีไฟ และการบั่นทอนบทบาท CFTC* ล้วนเป็นเรื่องที่ขัดแย้งกับหลักการของบล็อกเชนแบบกระจายอำนาจ

ผลลัพธ์ของข้อขัดแย้งในครั้งนี้จะ *เป็นตัวกำหนดสภาพแวดล้อมทางกฎหมายของอุตสาหกรรมคริปโตในสหรัฐฯ ในอนาคต* โดยเฉพาะในส่วนของสเตเบิลคอยน์และดีไฟ ซึ่งเป็นสองภาคส่วนที่เติบโตเร็วที่สุดในตลาด บทสรุปของการเจรจานี้อาจพลิกโฉมภูมิทัศน์ของวงการบล็อกเชนไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าทำเนียบขาวและคอยน์เบสจะบรรลุข้อตกลงกันได้หรือไม่ก็ตาม

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1