Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

คิวถอน ETH เหลือศูนย์ครั้งแรกในรอบปี สะท้อนแนวโน้มสะสม-สเตกกิงพุ่ง ดันราคากลับสู่ขาขึ้น

ตลาดอีเธอเรียม(ETH) กำลังส่งสัญญาณบวกอีกครั้ง เมื่อคิวรอการถอนตัวของตัวตรวจสอบธุรกรรม (Validator Exit) ลดลงเหลือ ‘ศูนย์’ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กลางปี 2025 สะท้อนความต้องการ ‘สเตกกิง’ ที่เพิ่มขึ้นสวนทางกับปริมาณอุปทาน พร้อมทั้งลดแรงเทขายในตลาดและผลักดันให้เกิดสถานการณ์ถือครองระยะยาวมากขึ้น

จากข้อมูลของเครื่องมือติดตามการสเตกกิง พบว่าในเดือนมกราคมที่ผ่านมา จำนวน ETH ที่รอถอนตัวจากสถานะตัวตรวจสอบลดเหลือ 0 เหรียญ จากเดิมที่เคยสูงถึง 2.67 ล้าน ETH เมื่อเดือนกันยายน 2025 ขณะเดียวกันในฝั่งตรงข้าม คิวรอเข้าสู่การเป็นตัวตรวจสอบกลับสูงขึ้นกว่า 5 เท่าภายในเวลาเพียงหนึ่งเดือน พุ่งทะลุ 2.6 ล้าน ETH ทำให้เวลารอคิวเข้าสู่ระบบยาวนานถึงราว 45 วัน ขณะที่การถอนตัวยังคงทำได้ภายในไม่กี่นาที

สถานการณ์นี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ โดย *สัดส่วนของ ETH ที่ถูกสเตกกิงมีแนวโน้มแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์* ลีออน ไบด์แมน หัวหน้านักวิจัยจาก Onchain Foundation ให้ ‘ความคิดเห็น’ ว่า “คิวสเตกกิงที่เพิ่มขึ้น ทำหน้าที่คล้ายกลไกล็อคอุปทาน ETH เอาไว้ในระบบ และจะเป็นปัจจัยหนุนให้สัดส่วนการสเตกกิงเหนือระดับสูงสุดเดิมได้ในเร็ว ๆ นี้”

ฝั่งนักลงทุนสถาบันเริ่มเข้าสู่ตลาดนี้มากขึ้น ตัวอย่างที่ชัดคือ BitMine Immersion Technologies บริษัทที่นำโดย ทอม ลี ซึ่งได้สเตกกิง ETH มากกว่า 1.25 ล้านเหรียญ หรือกว่า 1 ใน 3 ของพอร์ตที่ตนถือครอง

ด้านข้อมูลล่าสุดจาก Santiment เผยว่า ปัจจุบันมี ETH ราว 77.85 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 46.5% ของอุปทานทั้งหมด ได้ถูกนำไปสเตกกิงผ่านสัญญา Smart Contract ในระบบพิสูจน์ด้วยหลักฐานการถือครอง (Proof-of-Stake) คิดเป็นมูลค่าราว 256,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 378 ล้านล้านวอนตามราคาตลาดปัจจุบัน

ข้อมูลจาก Beaconcha.in ยังรายงานด้วยว่า จำนวน ETH ที่ถูกสเตกกิงทั้งหมดประมาณ 36.1 ล้านเหรียญ คิดเป็นราว 29% ของ ETH ที่หมุนเวียน ซึ่งตัวเลข ‘ศูนย์ ETH ในคิวถอนตัว’ ที่ไม่เคยเห็นมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2025 นี้ มักเป็น ‘สัญญาณนำ’ ก่อนการพุ่งขึ้นของราคา ETH ในอดีต

ขณะเดียวกัน ปัจจัยพื้นฐานของเครือข่ายอีเธอเรียมก็แกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยบริษัทวิเคราะห์ข้อมูล On-chain อย่าง Glassnode เผยว่า ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา จำนวน ‘ผู้ใช้ใหม่’ เพิ่มจาก 4 ล้านที่อยู่ เป็นกว่า 8 ล้านที่อยู่ ขณะเดียวกันอัตราการใช้งานของ ‘ผู้มาใหม่’ ยังเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า สะท้อนการเติบโตที่เกิดจากการขยายฐานผู้ใช้งานจริง ไม่ใช่แค่การทำธุรกรรมซ้ำของผู้เล่นเดิม

Etherscan ยังเผยอีกด้วยว่า ปริมาณธุรกรรมต่อวันบนเครือข่ายอีเธอเรียมอยู่ที่ระดับ 2.8 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้นกว่า 125% เมื่อเทียบปีต่อปี โดยมีปัจจัยหนุนจากค่าส่งธุรกรรมที่ลดลง การใช้งานสเตเบิลคอยน์ที่เพิ่ม และการเข้ามาของโซลูชันเลเยอร์ 2 ที่เพิ่มขีดความสามารถของเครือข่ายหลัก

แม้ว่า ETH ยังไม่สามารถกลับไปแตะจุดสูงสุดเดิมที่ 4,946 ดอลลาร์ (ประมาณ 72.95 ล้านบาท) ซึ่งเคยทำไว้เมื่อเดือนสิงหาคม 2025 ได้ แต่หลายฝ่ายมองว่า ‘คิวถอนตัวเป็นศูนย์’ และความต้องการสเตกกิงที่พุ่งขึ้น กำลังเป็น *สัญญาณโครงสร้างกระทิงใหม่* ที่สำคัญ โดยเฉพาะเมื่ออัตราผลตอบแทนจากการสเตกกิงเฉลี่ยอยู่ที่ราว 2.8% ต่อปี ซึ่งเพียงพอต่อการจูงใจให้นักลงทุนรายใหญ่ถือครองต่อไป

หากโมเมนตัมนี้ยังคงอยู่ต่อไป ความต้องการที่เพิ่มขึ้นท่ามกลางข้อจำกัดด้านอุปทานอาจกลายเป็นตัวเร่งหลักของราคาที่ฟื้นตัวอีกครั้ง และเมื่อเร็วๆ นี้ วิตาลิก บูเตอริน ยังได้กล่าวว่า “อีเธอเรียมคือเครือข่ายแรกที่แก้ปัญหา ‘Blockchain Trilemma’ ได้สำเร็จ” ซึ่งช่วยเสริมความมั่นใจของตลาดต่อศักยภาพเครือข่ายในระยะยาว

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความหลัก

สเตลลาร์(XLM) โตแรง! ครอบคลุม DeFi-สินทรัพย์จริง-สเตเบิลคอยน์ ดันมูลค่าพุ่งหลายเท่าตัวในปี 2025

ธนาคารสหรัฐฯ จี้แก้กฎหมายจีเนียส หวั่นสเตเบิลคอยน์แย่งตลาดเงินฝากดิจิทัล

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1