ทางการฮ่องกงเตรียมออกกฎหมายใหม่ควบคุมคริปโตฯ เอกชนหวั่นสร้างความปั่นป่วน
ฮ่องกงกำลังอยู่ระหว่างการผลักดันระบบการอนุญาตประกอบกิจการคริปโตเคอร์เรนซีรูปแบบใหม่ที่อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม หากไม่มีระยะเวลาเปลี่ยนผ่านรองรับก่อนบังคับใช้ โดยเฉพาะกรณีที่ผู้ประกอบการที่กำลังดำเนินงานตามกฎหมายต้องหยุดกิจการชั่วคราวเพื่อรอใบอนุญาตใหม่
เมื่อวันที่ 24 ฮ่องกงสมาคมตลาดหลักทรัพย์และฟิวเจอร์ส (HKSFPA) เผยแพร่เอกสารแสดงความเห็น ระบุว่าการเริ่มใช้ระเบียบใหม่แบบ ‘ฮาร์ดสตาร์ต’ (hard start) ซึ่งหมายถึงให้ผู้ประกอบการต้องถือใบอนุญาตครบถ้วนตั้งแต่วันแรกที่กฎหมายมีผล หรือหยุดดำเนินกิจการระหว่างรอการอนุมัติ อาจสร้างความสับสนและผลกระทบหนักต่อทั้งผู้ให้บริการและผู้ใช้งานคริปโต
ภายใต้แผนของทางการฮ่องกง ระบบใบอนุญาตแบบครอบคลุมนี้จะดูแลทั้งการซื้อขาย ให้คำปรึกษา และบริหารจัดการทรัพย์สินดิจิทัล แตกต่างจากกฎหมายเดิมที่เน้นควบคุมเฉพาะแพลตฟอร์มซื้อขาย ซึ่งหากดำเนินตามแนวทางใหม่ อาจทำให้บริษัทคริปโตฯ ทุกรูปแบบต้องอยู่ภายใต้การกำกับ
*ภาคธุรกิจขอเวลาก่อนบังคับ ใช้ระยะผ่อนผัน 6–12 เดือน*
กลุ่มผู้ประกอบการในฮ่องกงเห็นตรงกันว่า การไม่มีช่วงเวลาผ่อนผันจะทำให้บริษัทที่ดำเนินการอย่างถูกกฎหมายอยู่แล้วต้องหยุดกิจการอย่างไม่เป็นธรรม ช่วงที่คอยการพิจารณาจากหน่วยงานกำกับดูแล
HKSFPA ยืนยันว่า กระบวนการสมัครและตรวจสอบใบอนุญาตของทางการอาจใช้เวลานานและซับซ้อน โดยเสนอให้มี *ระยะเวลาผ่อนผันอย่างน้อย 6-12 เดือน* เพื่อให้บริษัทสามารถดำเนินกิจการต่อเนื่องในระหว่างรอผลการอนุมัติ
สมาคมยังเตือนว่า หากไม่มีการเตรียมระบบรองรับที่เพียงพอ การล่าช้าในการตรวจสอบเอกสารจำนวนมากอาจสร้างช่องว่างที่ทำให้ผู้ประกอบการต้องระงับการดำเนินงานโดยไม่จำเป็น อีกทั้งการบังคับให้หยุดกิจการในช่วงเวลาดังกล่าวถือเป็นเรื่อง ‘ไม่สมเหตุสมผล’ จากมุมมองของผู้ประกอบการ
แม้ว่าระบบ licensing ใหม่นี้ยังอยู่ในช่วงวางแผน ยังไม่ได้กำหนดวันเริ่มต้นที่แน่ชัด แต่เอกชนหวั่นว่า หากไม่มีการระบุข้อยกเว้นหรือเวลาปรับตัวตั้งแต่แรก อาจถึงขั้นทำให้อุตสาหกรรมคริปโตฯ ในฮ่องกงชะลอตัวอย่างรุนแรง
*หนุนปรับกฎ แต่ขอให้ยืดหยุ่น*
อุตสาหกรรมคริปโตฯ ในฮ่องกงยังคงสนับสนุนแนวทางกฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้น เพราะเชื่อว่า *การนำการกำกับดูแลมาสู่ภาคคริปโตฯ อย่างเหมาะสมจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นในตลาด* และดึงดูดนักลงทุนสถาบันให้เข้ามาได้มากขึ้นในระยะยาว
HKSFPA ยังแสดงจุดยืนสนับสนุนแนวทางของรัฐบาลฮ่องกงในการรับมาตรฐานการรายงานคริปโตขององค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) ผ่านกฎ *CARF (Crypto-Asset Reporting Framework)* เพื่อนำฮ่องกงให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
อย่างไรก็ตาม สมาคมได้เตือนถึง ‘ความเสี่ยงทางกฎหมายและการดำเนินงาน’ ที่อาจตามมาหากกฎหมายใหม่มีข้อบังคับที่เคร่งครัดเกินไปโดยไม่พิจารณาความเป็นจริงของธุรกิจ โดยเน้นว่า *กฎระเบียบควรเป็นสื่อกลางในการส่งเสริม ไม่ใช่ขัดขวางนวัตกรรม*
ข้อความที่ส่งตรงจากภาคธุรกิจในฮ่องกงชี้ว่า การปล่อยให้ตลาดขาดการกำกับอย่างสิ้นเชิงไม่ใช่ทางเลือก แต่ในขณะเดียวกัน การกำหนดกติกาควรคำนึงถึงความยืดหยุ่น เพื่อรักษาสมดุลระหว่าง ‘ความปลอดภัย’ และ ‘การเติบโต’ ของอุตสาหกรรมคริปโตฯ
อนาคตของระบบใหม่จึงขึ้นอยู่กับว่า รัฐบาลฮ่องกงจะรับฟังเสียงของภาคธุรกิจมากน้อยแค่ไหน เพราะสิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงแค่การออกกฎหมาย แต่คือ *การออกแบบให้สามารถใช้งานได้จริงในโลกธุรกิจ* ด้วย
ความคิดเห็น 0