ธนาคารกลางอิหร่านทุ่มซื้อเทเธอร์กว่า 7.4 พันล้านบาท หวังพยุงค่าเงินเรียล
เมื่อวันที่ 24 แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลคริปโตเคอร์เรนซี Elliptic รายงานว่า ธนาคารกลางอิหร่าน(CBI) ได้ซื้อสเตเบิลคอยน์เทเธอร์(USDt) มูลค่าสูงกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 7,431 พันล้านวอน หรือราว 7.4 พันล้านบาท) เพื่อต้านการลดลงของค่าเงินเรียลท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศ
รายงานระบุว่า การเข้าซื้อสินทรัพย์ดิจิทัลดังกล่าวมีขึ้นในช่วงที่ค่าเงินเรียลของอิหร่านอ่อนค่าลงครึ่งหนึ่งภายในเวลาเพียง 8 เดือน ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในประวัติศาสตร์ โดยการเข้าแทรกแซงครั้งนี้ถือเป็นการดำเนินนโยบายการเงินแบบเปิดผ่านคริปโตเคอร์เรนซี แทนที่จะใช้เงินตราต่างประเทศอย่างที่เคยเป็นมา
Elliptic อธิบายว่า ธนาคารกลางได้ใช้สเตเบิลคอยน์ USDt เพื่อเข้าซื้อเงินเรียลในตลาด โดยผ่านการดำเนินการร่วมกับแพลตฟอร์มเทรดคริปโตภายในประเทศอย่าง Nobitex ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในอิหร่าน อย่างไรก็ตาม แพลตฟอร์มดังกล่าวเคยประสบปัญหาการละเมิดความปลอดภัยในเดือนมิถุนายน 2025 ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนกลยุทธ์การบริหารสินทรัพย์ดิจิทัลของรัฐ
ธนาคารกลางจึงนำ USDt ที่ถือครองอยู่ ย้ายจากเครือข่ายของเหรียญทรอน(TRX) ไปยังอีเธอเรียม(ETH) ผ่านระบบครอสเชนบริดจ์ และต่อมาได้แปลงทรัพย์สินบางส่วนเป็นรูปแบบอื่น พร้อมกระจายไปยังแพลตฟอร์มต่าง ๆ เพื่อกระจายความเสี่ยง
รายงานยังระบุเพิ่มเติมว่า เทเธอร์มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการนี้ โดยมีเหรียญ USDt มูลค่าราว 37 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 542 พันล้านวอน หรือราว 1.3 พันล้านบาท) ถูก ‘ระงับการเคลื่อนไหว’ หลังจากวอลเล็ตที่เชื่อมโยงกับ CBI ถูกขึ้นบัญชีดำ เทเธอร์มีฟังก์ชันที่สามารถระงับหรือจำกัดการเข้าถึงเหรียญได้ หากจำเป็นเพื่อให้สอดคล้องกับกฎระเบียบ
ขณะเดียวกัน การใช้คริปโตเคอร์เรนซีในอิหร่านเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดย Chainalysis รายงานว่า ในปี 2025 มูลค่าการซื้อขายคริปโตของประเทศแตะระดับ 7.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 11.4 ล้านล้านวอน หรือกว่า 2.8 แสนล้านบาท) โดยบิตคอยน์(BTC) และสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นๆ ถูกใช้เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและสถานการณ์เศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน
การเข้าซื้อสเตเบิลคอยน์ของอิหร่านจึงไม่ใช่เพียงแค่การรักษาเสถียรภาพค่าเงินเท่านั้น แต่ยังเป็นช่องทางใหม่ในการเข้าถึงระบบการชำระเงินระหว่างประเทศ ในขณะที่ประเทศเผชิญข้อจำกัดจากมาตรการคว่ำบาตรทางการเงินของสหรัฐ
เมื่อหลายประเทศเริ่มหันมาใช้สเตเบิลคอยน์ในระดับรัฐมากขึ้น สหรัฐเองก็เริ่มเร่งหารือด้านกฎหมายและระเบียบเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลง ซึ่งน่าจะนำไปสู่การแข่งขันของนโยบายสกุลเงินดิจิทัลที่เข้มข้นยิ่งขึ้นในอนาคต
ความคิดเห็น 0