Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

SEC–CFTC จับมือเปิดยุคใหม่กฎระเบียบคริปโต หนุนทรัมป์ผลักดันสหรัฐฯ เป็นเมืองหลวงคริปโตโลก

คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ(SEC) และคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าอนาคต(CFTC) จับมือเปิดยุคใหม่แห่งการร่วมมือด้าน *กฎระเบียบคริปโต* อย่างเป็นทางการ โดยทั้งสองหน่วยงานกำลังเร่งสร้างความชัดเจนและความสอดคล้องของกติกาทางการเงิน ท่ามกลางแผนผลักดันของ *ประธานาธิบดีทรัมป์* ที่ต้องการให้ *สหรัฐฯ* กลายเป็น “เมืองหลวงของคริปโตโลก”

เมื่อวันที่ 27 (เวลาท้องถิ่น) ทั้งสองหน่วยงานได้ประกาศผ่านแถลงการณ์ร่วมว่า จะจัดกิจกรรมพิเศษร่วมกันครั้งแรกที่สำนักงานใหญ่ CFTC ระหว่างเวลา 10:00-11:00 น. โดยเปิดให้สาธารณชนเข้าร่วมได้ตั้งแต่ 09:30 น. พร้อมถ่ายทอดสดผ่านเว็บไซต์ของ SEC ภายในงานจะมีการหารือเชิงลึกเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาระบบกำกับดูแลและโครงสร้างพื้นฐานด้านการเงินในอนาคต

พอล แอทกินส์ ประธาน SEC กล่าวถึงแนวทางใหม่ว่า “ที่ผ่านมา ผู้เล่นในตลาดต้องตีความขอบเขตทางกฎหมายอันคลุมเครือด้วยตนเอง เพราะระบบกฎระเบียบที่ล้าสมัย” พร้อมยืนยันว่าจะร่วมมือกับ CFTC เพื่อให้ *นวัตกรรมทางการเงินหยั่งรากในสหรัฐฯ* โดยอยู่ภายใต้กฎหมายและเพื่อประโยชน์ของชาวอเมริกัน ส่วนไมเคิล เซลิก ประธาน CFTC กล่าวเสริมว่า ขณะนี้คือจุดเปลี่ยนของตลาดการเงิน โดยมี *บล็อกเชน* และ *ปัญญาประดิษฐ์* เป็นหัวใจ เขายังชี้ชัดว่า “CFTC จะทำให้ *นวัตกรรมด้านการเงินในอนาคตผลิตในอเมริกา*”

กิจกรรมดังกล่าวเกิดตามมาหลังจากทั้งสองหน่วยงานเคยประกาศ “ยุติสงครามอำนาจควบคุม” ระหว่างกันเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ในวันนั้น แครอไลน์ พาล์ม กรรมาธิการ CFTC ประกาศว่า “สงครามเขตอำนาจสิ้นสุดลงแล้ว” ขณะที่แอทกินส์ระบุว่าเป็น “จุดเปลี่ยนของตลาดการเงินอเมริกัน” ภายในเวทีนั้นยังมีผู้บริหารจากแพลตฟอร์มสำคัญอย่าง *คราเคน, โพลีมาร์เก็ต, คาลชี, แนสแด็ก, CME Group และโรบินฮู้ด* ร่วมให้ข้อมูลและสนับสนุนกลไกกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทร่วมกันอย่างชัดเจน

และในงานวันที่ 27 นี้ ทั้งแอทกินส์และเซลิกจะกล่าวเปิดงานก่อนเข้าสู่เวทีสนทนา โดยมี เอลีเนอร์ เทอร์เร็ต ผู้ร่วมก่อตั้ง Crypto in America เป็นผู้ดำเนินรายการ เนื้อหาการพูดคุยจะมุ่งเน้นไปที่แนวทาง *กฎระเบียบคริปโตแห่งอนาคต* ที่จะใช้ร่วมกันในระดับประเทศ

เบื้องหลังของการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายนี้มีปัจจัยสำคัญจากการเปลี่ยนผู้นำในทั้งสองหน่วยงาน โดยในเดือนเมษายน 2025 พอล แอทกินส์ เข้ารับตำแหน่งต่อจาก *แกรี เกนส์เลอร์(Gary Gensler)* พร้อมพลิกแนวทางการทำงานของ SEC จากที่เน้นการบังคับใช้กฎหมายและลงโทษ ไปสู่นโยบายที่เปิดกว้างและให้ *แนวทางที่ชัดเจน* แก่ผู้ประกอบการ

ข้อมูลจาก Cornerstone Research ชี้ว่า มาตรการบังคับใช้ของ SEC ที่เกี่ยวข้องกับคริปโตในปี 2025 มีเพียง 13 คดี ลดลงถึง 60% เมื่อเทียบกับ 33 คดีในปี 2024 ซึ่งถือเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2017 โดยในจำนวนนี้มีเพียง 8 คดีที่จัดว่าเกี่ยวข้องกับ ‘การฉ้อโกงผู้ลงทุน’ และเป็นครั้งแรกที่ SEC ถอนคดีมากถึง 7 คดี ตามมาด้วยการปรับเงินรวมแค่ 142 ล้านดอลลาร์ ลดลงจากปีก่อนหน้าเกือบทั้งหมด

ในฝั่งของ CFTC เซลิกเพิ่งได้รับการรับรองจากวุฒิสภาเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา และภายหลังก็ได้ประกาศเดินหน้า ‘โครงการ Future-Proof’ ที่มุ่ง *ปฏิรูประเบียบการเงินให้รองรับบล็อกเชนและ AI* อย่างเต็มรูปแบบ

การเดินหน้าของสองหน่วยงานยังสอดรับกับการเร่งรัดงานด้านกฎหมายของสภาคองเกรส โดยในวันเดียวกันคือวันที่ 27 เวลา 15:00 น. วุฒิสภาคณะกรรมาธิการการเกษตรจะเริ่มพิจารณาร่างแก้ไข *พ.ร.บ.ตัวกลางสินค้าดิจิทัล (Digital Commodity Intermediaries Act)* ประธานคณะกรรมาธิการจากฝั่งรีพับลิกัน จอห์น บูซแมน กล่าวว่า “เรายังมีความเห็นต่างกับพรรคเดโมแครตในหลายประเด็น แต่เราจะเดินหน้าต่อให้ได้”

อย่างไรก็ดี ร่างกฎหมายฉบับเดียวกันกลับได้รับการสนับสนุนล้นหลามในสภาผู้แทนฯด้วยเสียงเห็นชอบ 47 ต่อ 6 ขณะที่ฝั่งเดโมแครต อย่างสำนักงานของวุฒิสมาชิก คอรี บุ๊คเกอร์ ระบุว่าจะยังคงร่วมมือกับบูซแมนเพื่อผลักดันร่างกฎหมายนี้ แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีสมาชิกเดโมแครตคนใดประกาศสนับสนุนอย่างเป็นทางการ

อีกด้านหนึ่ง ร่างกฎหมาย CLARITY Act ที่ถูกพิจารณาโดยคณะกรรมาธิการธนาคารวุฒิสภา กลับถูกเลื่อนออกไปเป็นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม เนื่องจากถูกประเด็นที่อยู่อาศัยมากลบข่าว ทั้งยังมีความขัดแย้งในส่วนที่เกี่ยวกับ *การจ่ายดอกเบี้ยบนเหรียญสเตเบิลคอยน์* จนทำให้ *ไบรอัน อาร์มสตรอง* ซีอีโอของ *คอยน์เบส* ออกมาคัดค้านว่า “ร่างกฎหมายนี้เป็นหายนะ”

ถึงกระนั้น *ทรัมป์* ได้ใช้งาน *ดาวอส 2026* เป็นเวทีประกาศว่า "จะลงนามรับรองกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโตโดยเร็วที่สุด” พร้อมย้ำว่าจะ “ประกันตำแหน่งสหรัฐฯในฐานะเมืองหลวงคริปโตของโลก” ซึ่งความเคลื่อนไหวทั้งหมดนี้สะท้อนชัดถึงนโยบายหาเสียงของเขาที่มุ่งสนับสนุนวงการคริปโตและสร้างสิ่งแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อ *เทคโนโลยีการเงิน*

*ความคิดเห็น*: กิจกรรมร่วมของ SEC และ CFTC ในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงความร่วมมือทางเทคนิค แต่เหมือนเป็นจุดเริ่มต้นของ “กลยุทธ์ชาติ” ที่กำลังพา *สหรัฐอเมริกาเข้าสู่ยุคทองของคริปโตเคอร์เรนซี* อย่างจริงจัง

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความหลัก

สหรัฐเผยร่างกฎหมายโครงสร้างคริปโต รีพับลิกันดันเต็มที่แต่ไร้ฉันทามติจากเดโมแครต

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1