ทรัมป์เตือนเก็บ ‘ภาษี 100%’ หากแคนาดาจับมือจีนในข้อตกลงการค้า
ทรัมป์ออกโรงเตือนอย่างแข็งกร้าวผ่าน Truth Social เมื่อวันที่ 24 ว่าหากแคนาดาเดินหน้าทำข้อตกลงการค้ากับจีน สหรัฐจะตอบโต้ด้วยการเก็บ ‘ภาษี 100%’ กับสินค้าทุกชนิดที่นำเข้าจากแคนาดา การประกาศครั้งนี้สร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อยุทธศาสตร์การถ่วงดุลระหว่างจีนกับสหรัฐของแคนาดา
เขาไม่เพียงแค่แสดงความไม่พอใจต่อความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดขึ้นระหว่างทั้งสองประเทศเท่านั้น แต่ยังกล่าวหานายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ ของแคนาดา ว่ากำลังทำให้ประเทศกลายเป็น ‘ท่าเรือส่งออกทางอ้อมของจีน’ และเตือนว่าจีนอาจเข้าควบคุมประเทศ ซึ่งจะทำลายโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมของแคนาดา
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 16 มกราคม แคนาดาและจีนได้ประกาศข้อตกลงการค้าร่วมที่ประกอบด้วยการลดภาษีศุลกากรหลายรายการ โดยแคนาดาตกลงลดภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีนจาก 100% เหลือเพียง 6.1% พร้อมอนุญาตให้นำเข้าได้สูงสุดถึง 49,000 คันต่อปี ส่วนจีนนั้นตอบแทนด้วยการลดภาษีคาโนลาซีดจากแคนาดาจาก 85% เหลือ 15% ภายในวันที่ 1 มีนาคม อีกทั้งยังขยายมาตรการผ่อนปรนภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมจากแคนาดาไปจนถึงสิ้นปี 2026
แม้จะมีความคืบหน้าในความร่วมมือกับจีน แต่ในแคนาดาเองกลับมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก นักวิจารณ์หลายฝ่ายชี้ว่าแนวทางของคาร์นีย์ขัดแย้งกับจุดยืนเดิมที่เขาโจมตีนโยบายชาตินิยมเชิงเศรษฐกิจของทรัมป์ว่าเป็นภัยต่อระบบโลก
นอกจากนี้ แคนาดายังมีความพึ่งพาทางเศรษฐกิจต่อสหรัฐอย่างมาก โดยมากกว่า 75% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดมุ่งหน้าไปยังตลาดอเมริกา ขณะที่สัดส่วนต่อจีนถือว่าน้อยมาก เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายในสหรัฐยังตั้งข้อสงสัยว่ายุทธศาสตร์ขยายการส่งออกไปยังจีนของแคนาดาจะสำเร็จหรือไม่ หลังจากจีนยังคงประสบปัญหาผลิตล้นตลาด และโลกกำลังเผชิญแนวโน้มการกีดกันทางการค้าที่เข้มข้นขึ้น
ความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ในท้ายที่สุด แคนาดาอาจไม่มีทางเลือกนอกจากกลับมาเน้นกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับสหรัฐแทน เพราะแนวโน้มความตึงเครียดในเวทีโลกกำลังทำให้นโยบายสมดุลระหว่างสองยักษ์ใหญ่อย่าง ‘สหรัฐ-จีน’ ยากขึ้นเรื่อยๆ
การออกแถลงการณ์ล่าสุดของทรัมป์จึงไม่ใช่แค่คำเตือนทางการทูต แต่ถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ช่วงชิงอำนาจนำในเวทีการเมือง ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐจะเกิดขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์ที่แคนาดาจำเป็นต้อง ‘เดินสายกลาง’ อย่างระมัดระวังในระหว่างสองขั้วอำนาจนี้ต่อไป
ความคิดเห็น 0