Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ทรัมป์จุดชนวน 'ควบรวมกรีนแลนด์' ตลาดโลกสั่นสะเทือน บิตคอยน์(BTC) จ่อร่วง 40-50%

**ทรัมป์เปิดประเด็น “ควบรวมกรีนแลนด์” ตลาดการเงินปั่นป่วน-บิตคอยน์(BTC) จ่อผันผวน**

ความเคลื่อนไหวล่าสุดจากทรัมป์ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อทั่วโลกอีกครั้ง เมื่อเขาแสดงเจตจำนงเรื่องการ *ควบรวมกรีนแลนด์* ทำให้เกิดข้อถกเถียงระลอกใหม่ในวงการการเมืองระหว่างประเทศ พร้อมกระตุ้นความสนใจต่อทิศทางของ *บิตคอยน์(BTC)* ที่กำลังมีความเปราะบางจากสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์

เมื่อเร็ว ๆ นี้ สหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์ เปิดฉากปฏิบัติการทางทหารในเวเนซุเอลา จับกุมตัวประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโรพร้อมคู่สมรสภายใต้ข้อหาเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด แม้จะอ้างเหตุผลทางกฎหมายแต่ก็เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับแรงจูงใจด้านทรัพยากรน้ำมันที่เวเนซุเอลามีอย่างมหาศาล จากนั้นไม่นาน ทรัมป์ได้เปิดเผยความคิดที่ว่า *“สหรัฐฯ ควรเป็นเจ้าของกรีนแลนด์”* ซึ่งเป็นดินแดนภายใต้การปกครองของเดนมาร์กในฐานะสมาชิกนาโต้ สถานการณ์นี้สร้างความกังวลต่อความสัมพันธ์ระดับนานาชาติ และสะเทือนทั้งตลาดการเงินและตลาดคริปโตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

**AI วิเคราะห์ระลอกความเสี่ยง: “บิตคอยน์อาจร่วงก่อนพุ่ง”**

ปัญญาประดิษฐ์จาก 4 แพลตฟอร์มหลักแสดงมุมมองที่หลากหลายต่อสถานการณ์นี้ โดยเฉพาะในแง่ของผลกระทบต่อ *บิตคอยน์(BTC)* ซึ่งหลายฝ่ายต่างจับตาเป็นพิเศษ

*แชตจีพีที(ChatGPT)* จาก OpenAI ประเมินว่า การควบรวมกรีนแลนด์จะถือเป็น *“ความขัดแย้งระดับประวัติศาสตร์”* และอาจฉุดให้ราคาบิตคอยน์ร่วงลงทันทีราว 10-25% หากเกิดการใช้กำลังราคาก็อาจร่วงลึกถึง 40-50% อย่างไรก็ตาม คล้ายกับเหตุสงครามรัสเซีย-ยูเครน การฟื้นตัวระยะยาวก็ยังคงมีความเป็นไปได้สูง

ฝั่ง *กรอก(Grok)* ซึ่งเป็น AI บนแพลตฟอร์ม X (เดิม Twitter) มองว่า การควบรวมอาจไม่เกิดขึ้นจริง แต่หากเป็นไปได้จริง ราคาบิตคอยน์ก็อาจร่วงทันทีสูงสุดถึง 30% และจะพัฒนาไปสู่วิกฤตในตลาดหุ้นโดยรวม

ในขณะที่ *เจมินี(Gemini)* ของ Google ออกมาวิเคราะห์ว่า เหตุการณ์อาจนำไปสู่การ *ปลดดอลลาร์ออกจากฐานะเงินตรากลางโลก* หากรัฐบาลสหรัฐฯ ใช้นโยบายพิมพ์เงินเพื่อสนับสนุนการขยายอำนาจ ความเชื่อมั่นต่อสกุลเงินดอลลาร์อาจสั่นคลอน และบิตคอยน์ในฐานะสินทรัพย์ไร้สัญชาติจะกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ถึงขั้นที่ Gemini คาดการณ์ว่าในอนาคต *ราคาบิตคอยน์อาจแตะระดับสูงถึง 1.6 ล้านดอลลาร์* (ประมาณ 23.2 ล้านบาท)

อีกด้านหนึ่ง *เพอร์เพล็กซิตี้(Perplexity)* เลือกประเมินอย่างระมัดระวัง โดยมองว่า “แถลงการณ์และกระแสคุกคามได้สะท้อนในตลาดไปแล้ว” จึงมีแนวโน้มสูงที่ราคาจะไม่ผันผวนมากไปกว่านี้ และบิตคอยน์จะเริ่มฟื้นตัวหากไม่เกิดเหตุการณ์เลวร้ายกว่าที่ประเมินไว้

**ความไม่แน่นอนจากกรีนแลนด์ สะท้อนบทบาทสินทรัพย์ไร้พรมแดน**

แม้ว่าข้อเสนอของทรัมป์เรื่องกรีนแลนด์จะยังห่างไกลจากความจริง แต่ผลกระทบด้านความเชื่อมั่นกลับเกิดขึ้นทันทีในตลาดโลก โดยเฉพาะในสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง *บิตคอยน์(BTC)* ซึ่งกลายเป็นเป้าหมายของนักลงทุนที่ต้องการหลีกเลี่ยงความผันผวนจากระบบเศรษฐกิจที่ถูกครอบงำด้วยการเมืองโลก

"ความคิดเห็น": เห็นได้ชัดว่าเหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์กำลังยกระดับบทบาทของคริปโตในฐานะเครื่องมือกระจายความเสี่ยงที่ไม่ยึดติดกับรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง นี่อาจเป็นช่วงเวลาที่ตลาดเริ่มมองว่าความไม่แน่นอนคือโอกาสในการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลที่แข็งแรงและเกิดจากความเชื่อมั่นของผู้ใช้งานมากกว่านโยบายจากรัฐ

การที่ AI หลายตัวเห็นพ้องถึงแนวโน้ม *“ร่วงก่อน, ฟื้นภายหลัง”* สะท้อนว่าตลาดยังเชื่อในความสามารถของบิตคอยน์ในการตอบสนองต่อสถานการณ์ที่ท้าทายอย่างรวดเร็วและยืดหยุ่น — อีกหนึ่งหลักฐานที่ยืนยันว่าบิตคอยน์ยังคงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับความเชื่อมั่นสูงสุดในภาวะความไม่แน่นอนระดับโลก.

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1