มูลนิธิอีเธอเรียม(ETH) เดินหน้าเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยคุกคามจาก ‘คอมพิวเตอร์ควอนตัม’ อย่างจริงจัง โดยล่าสุดได้จัดตั้งทีมเฉพาะกิจด้านความปลอดภัย ‘โพสต์ควอนตัม(Post-Quantum)’ เพื่อศึกษารูปแบบการเข้ารหัสที่สามารถต้านทานการเจาะระบบจากเทคโนโลยีใหม่นี้ และได้เริ่มทดสอบในระดับเครือข่ายจริงแล้ว
เมื่อวันที่ 24 มูลนิธิอีเธอเรียมประกาศว่า ทีมใหม่ที่จัดตั้งขึ้นนี้ เป็นส่วนหนึ่งของแผนความปลอดภัยระยะยาว โดยทีมงานจะเน้นที่ผลกระทบทางเทคนิคของคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่อาจใช้คำนวณย้อนรอยลายเซ็นดิจิทัล จนสามารถขโมยเหรียญจากกระเป๋าคริปโตได้ เหตุแม้ภัยคุกคามยังไม่เกิดขึ้นในทางปฏิบัติ แต่ก็มีความกังวลมากขึ้นว่าศักยภาพของควอนตัมจะสามารถทำลายระบบความปลอดภัยในเวลาเพียงไม่กี่ปี
ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลโครงการคือ โทมัส โคราเช(Thomas Coratger) นักวิจัยด้านการเข้ารหัส ร่วมด้วยนักพัฒนาและวิศวกรจำนวนมากจากโปรเจกต์อื่น เช่น ‘leanVM’ โดยทีมงานกำลังทดสอบอัลกอริธึมลายเซ็นแบบใหม่ผ่านเครือข่ายทดลอง(devnet) ซึ่งครอบคลุมการทดสอบหลายวิธี พร้อมมีการจัดเวิร์กชอปแบบสม่ำเสมอทุก 2 สัปดาห์ เพื่อเปิดรับความเห็นและให้ข้อมูลแก่ชุมชน
ทั้งนี้ มูลนิธิยังประกาศตั้งรางวัลรวมมูลค่า 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 29.1 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นการพัฒนาเทคโนโลยีที่ ‘ทนทานต่อควอนตัม’ โดยรางวัลแบ่งเป็น 1 ล้านดอลลาร์แก่การพัฒนาอัลกอริธึม ‘โพไซดอนแฮช(Poseidon Hash)’ และอีก 1 ล้านดอลลาร์สำหรับการนำเทคโนโลยีเข้ารหัสต้านควอนตัมไปรวมใช้ในระบบที่มีอยู่จริง จุดเด่นของโครงการคือการเน้น ‘การใช้งานจริง’ แทนการสร้างสมการที่เข้าใจยาก เช่นในงานวิจัยทั่วไป
อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อกังวลในวงกว้าง โดยเฉพาะด้านความปลอดภัยของกระเป๋าคริปโต ซึ่งใช้อัลกอริธึมอีซีดีเอสเอ(ECDSA) และ secp256k1 ซึ่งอาจถูกยิงทลายได้ด้วยเทคนิคควอนตัม หากผู้ไม่หวังดีรู้แค่ที่อยู่บนเครือข่าย ก็อาจย้อนรอยหาคีย์ส่วนตัวและถ่ายโอนเหรียญได้เลย ความกลัวเช่นนี้ส่งผลต่อความเชื่อมั่น นักลงทุนบางส่วนเริ่มขายสินทรัพย์ จนราคาของอีเธอเรียมอ่อนตัวเล็กน้อย
กระนั้นชุมชนคริปโตหลายฝ่ายยังมองว่า นี่คือ ‘การลงมือก่อนที่วิกฤตจะเกิด’ พร้อมยกย่องการลงทุนที่มุ่งสร้างรากฐานใหม่ที่ปลอดภัยกว่า บางส่วนมีข้อสงสัยตามมา อาทิ หากต้องมีการเปลี่ยนแปลงระบบ กุญแจเดิมจะยังใช้งานได้หรือไม่ หรือจะย้ายข้อมูลของกระเป๋าเก่าไปสู่ระบบใหม่อย่างไร จุดนี้เป็นที่ถกเถียงกันอย่างร้อนแรงในชุมชน
มูลนิธิย้ำว่านี่คือจุดเริ่มต้นแห่งการยกระดับความปลอดภัยของอีเธอเรียม โดยระหว่างนี้จะยังมีการทดสอบ เปิดรับความคิดเห็น และวางแนวทางให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง ก่อนเดินหน้าใช้ระบบเข้ารหัสแบบใหม่อย่างเป็นทางการ นักพัฒนาแนะนำให้ผู้ใช้งานติดตาม ‘คำแนะนำอย่างเป็นทางการ’ เพื่อเตรียมอัปเดตซอฟต์แวร์กระเป๋า หลีกเลี่ยงการใช้ที่อยู่ซ้ำ และปกป้องสินทรัพย์ในระยะยาว
*ความเห็น*: การริเริ่มครั้งนี้ของอีเธอเรียม นับเป็นก้าวแรกในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานยุคหลังควอนตัม ซึ่งอาจกลายเป็นตัวอย่างให้เครือข่ายอื่นเดินตาม ชี้ให้เห็นว่า ‘การเตรียมตัวก่อนดีกว่าตามหลัง’ ยังเป็นแนวทางที่เหมาะสมที่สุดในโลกคริปโตที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
ความคิดเห็น 0