Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บิตคอยน์(BTC) พุ่งแตะ 89,000 ดอลลาร์ ท่ามกลางแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย-ทองคำทะยานทุบสถิติใหม่

ราคาบิตคอยน์(BTC) พุ่งขึ้นใกล้แตะระดับ 89,000 ดอลลาร์ (ราว 1.27 ล้านบาท) ในช่วงต้นตลาดเอเชีย สร้างกระแสความสนใจในกลุ่มนักลงทุนทั่วภูมิภาค โดยในเวลาเดียวกัน ราคาทองคำพุ่งทะลุ 5,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ราว 741,000 บาท) ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ตลาดหุ้นในเอเชียเคลื่อนไหวผสมผสาน โดยตลาดฮ่องกงฟื้นตัวแรง สวนทางกับตลาดเซี่ยงไฮ้และเซินเจิ้นที่ปรับตัวขึ้นลงสลับกัน

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของ ‘สภาพคล่องตลาด’ ยังคงบางเบา แม้สัปดาห์ก่อนจะมีการขายคืน ETF บิตคอยน์แบบสปอต แต่ยังไม่ปรากฏกระแส ‘เม็ดเงินไหลเข้า’ ที่ชัดเจน อีกทั้งตลาดอนุพันธ์เองก็อยู่ในภาวะ ‘เก็งกำไรระยะสั้น’ นักเทรดสายคริปโตจำนวนมากจึงยังคงเน้นไปที่กลยุทธ์รายวันเป็นหลัก

ในด้านตลาดหุ้น จีนแผ่นดินใหญ่เคลื่อนไหวแบบผสม โดยดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเพิ่มขึ้น 0.21% และดัชนีเซี่ยงไฮ้เดลต้าเพิ่มขึ้น 0.22% ขณะที่ดัชนีเซินเจิ้นลดลงเล็กน้อย 0.10% เช่นเดียวกับดัชนีไชน่า A50 ที่ร่วงลง 0.20% ซึ่งต่างจากตลาดหุ้นฮ่องกงที่ดัชนีฮั่งเส็งพุ่งขึ้น 1.22% มีบทบาทเป็นแกนนำตลาดในภูมิภาค

‘ความผันผวนของค่าเงินหยวน’, ‘ความไม่แน่นอนในนโยบายของเฟด’ และ ‘ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์’ ถูกมองเป็นปัจจัยสำคัญที่ซ้อนกัน ขณะที่ความต้องการในสินทรัพย์เสี่ยงเริ่มฟื้นตัวในบางพื้นที่ โดยเฉพาะตลาดหุ้นฮ่องกงซึ่งรับปัจจัยบวกอย่างโดดเด่น

นอกจากนี้ ราคาทองคำยังทำจุดสูงสุดใหม่เหนือระดับ 5,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แสดงให้เห็นถึง ‘ความนิยมในสินทรัพย์ปลอดภัย’ ที่เพิ่มสูงขึ้นในวัฏจักรตลาดที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน นักลงทุนเลือกทองคำเป็นเครื่องมือ ‘ป้องกันความเสี่ยง’ ขณะที่คริปโตเคอร์เรนซียังคงแกว่งตัวจำกัด โดยราคาบิตคอยน์ปรับขึ้น 0.7% มาปิดที่ 89,158 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.27 ล้านบาท) ส่วนอีเธอเรียม(ETH) เพิ่มขึ้นแรง 2.5% มาที่ 3,007 ดอลลาร์ (ราว 429,000 บาท) ตรงข้ามกับริปเปิล(XRP) ที่ลดลง 0.6% มาอยู่ที่ 1.90 ดอลลาร์ (ประมาณ 2,711 บาท) ซึ่งผลรวม ‘มูลค่าตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล’ อยู่ที่ประมาณ 3.1 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4,422 ล้านล้านบาท)

ในตลาดสหรัฐ ดัชนี S&P 500 พุ่งขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 ทำสถิติใหม่อีกครั้ง แต่กลุ่ม ‘เฮลธ์แคร์’ กลับถูกกดดันอย่างหนัก หลังรัฐบาลภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีทรัมป์เสนอแนวทางเปลี่ยนวิธีการจ่ายค่าจ้างภายใต้ระบบเมดิแคร์ ส่งผลให้หุ้นกลุ่มประกันสุขภาพอย่างบริษัทยูไนเต็ดเฮลธ์ร่วงอย่างรุนแรง

นักลงทุนในสหรัฐยังคงจับตา ‘ผลประกอบการ’ ของบรรดายักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีควบคู่ไปกับ ‘การตัดสินใจอัตราดอกเบี้ย’ จากธนาคารกลางสหรัฐ โดยสัปดาห์นี้ ความคืบหน้าเกี่ยวกับแนวโน้ม ‘อัตราดอกเบี้ย’ ของเฟด และข่าว ‘การลงทุนเพิ่มเติมในโอเพ่นเอไอ’ ถูกมองเป็นตัวแปรสำคัญของตลาด

ตามรายงานของ Wall Street Journal เมื่อวันที่ 24 บริษัทซอฟต์แบงก์ของญี่ปุ่นกำลังเจรจาเพื่อเตรียมลงทุนในโอเพ่นเอไอเพิ่มสูงสุดถึง 30,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.07 ล้านล้านบาท) ข่าวดังกล่าวช่วยหนุน ‘สัญญาซื้อขายล่วงหน้า’ ของหุ้นสหรัฐให้ฟื้นตัวขึ้น

ในแวดวงคริปโต จุดโฟกัสหลักยังคงอยู่ที่ว่า ‘ETF บิตคอยน์’ จะมีเงินทุนใหม่ไหลเข้าหรือไม่ และตลาดอนุพันธ์จะเห็นการเคลื่อนไหวที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นหรือเปล่า *ความคิดเห็น* ตลาดมองว่า หากทั้งสองเงื่อนไขนี้เป็นจริง โอกาสที่บิตคอยน์จะหลุดจากกรอบราคาในปัจจุบันมีความเป็นไปได้มากยิ่งขึ้น

ในระยะสั้น ตลาดยังคงอยู่ในภาวะ ‘ไร้ทิศทางชัดเจน’ พร้อมกับความไม่แน่นอนที่คงอยู่ต่อไป นักลงทุนจึงต้องติดตามการไหลของเงินทุนระหว่างทองคำและบิตคอยน์อย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึง ‘การแยกตัวของคริปโตกับสินทรัพย์ดั้งเดิม (Decoupling)’ ที่อาจเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1