เจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) กำลังเผชิญแรงกดดันทางการเมือง หลังมีรายงานว่ายังไม่ส่งเอกสารที่ถูกร้องขอโดยคณะลูกขุน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสอบสวนทางอาญาที่กำลังดำเนินอยู่ ขณะที่การประชุมนโยบายดอกเบี้ยของเฟดกำลังจะมีขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า เหตุการณ์นี้ได้จุดชนวนให้เกิดการถกเถียงอีกครั้งเกี่ยวกับ ‘ความเป็นอิสระของนโยบายการเงิน’
รายงานจาก CNBC เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) ระบุว่า เฟดยังไม่ตอบสนองต่อหมายเรียกที่เกี่ยวข้องกับพาวเวลล์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการให้การต่อสภาฯ เรื่องโครงการปรับปรุงสำนักงานใหญ่ของเฟด เมื่อวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา พาวเวลล์เปิดเผยว่าได้รับหมายเรียกจากคณะลูกขุนใหญ่ โดยเขาแสดงความกังวลว่า ‘กระทรวงยุติธรรมอาจใช้ข้อกล่าวหาทางอาญาเป็นเครื่องมือกดดันทางการเมืองต่อเฟด’
พาวเวลล์ยังเชื่อมโยงเหตุการณ์นี้กับความขัดแย้งยาวนานกับประธานาธิบดีทรัมป์ โดยกล่าวว่า ความพยายามในการใช้การสอบสวนเพื่อแทรกแซงการตัดสินใจเรื่องนโยบาย เป็นการคุกคามหลักการ ‘ตัดสินใจโดยอิงจากข้อมูล ไม่ใช่แรงกดดันทางการเมือง’ ทรัมป์เคยเรียกร้องให้เฟดลดดอกเบี้ยตลอดช่วงเวลาที่ดำรงตำแหน่ง ซึ่งสร้างรอยร้าวในการทำงานระหว่างทำเนียบขาวกับเฟดอย่างชัดเจน
“ผมจะตัดสินใจตามข้อมูล ไม่ใช่จากความกลัวหรือมีอคติ” พาวเวลล์กล่าว พร้อมย้ำถึงความมุ่งมั่นในการทำหน้าที่อย่างเป็นกลาง เขามีกำหนดจะพ้นจากตำแหน่งภายในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมนี้ ทำให้สถานการณ์ปัจจุบันถูกมองว่าเป็นบททดสอบครั้งสุดท้ายของเฟดภายใต้การนำของเขา
กระแสความตึงเครียดนี้ยิ่งรุนแรงขึ้นเมื่อการประชุมกำหนดดอกเบี้ยของเฟดใกล้เข้ามา แม้ตลาดส่วนใหญ่คาดว่าเฟดจะ ‘คงอัตราดอกเบี้ย’ ในการประชุมครั้งนี้ แต่ข่าวเกี่ยวกับการสืบสวนและแรงกดดันจากภายนอก อาจเปลี่ยนการรับรู้ของตลาดต่อแนวนโยบายในอนาคต
ความสัมพันธ์ระหว่างเฟดและทำเนียบขาว รวมถึงระดับความเป็นอิสระของธนาคารกลาง ในการกำหนดนโยบายการเงินในสภาวะที่มี ‘แทรกแซงทางการเมือง’ อาจกลายเป็นประเด็นที่นักลงทุนทั่วโลกต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ความคิดเห็น 0