โซนี เทงบ 1,300 ล้านเยนให้ ‘สตาร์เทล’ หลัง ‘โซเนียม’ เมนเน็ตทำยอดธุรกรรมทะลุ 520 ล้านครั้งใน 1 ปี
โซนี(TYO:6758) ตัดสินใจเพิ่มการลงทุนในโปรเจกต์บล็อกเชน ‘โซเนียม’ หลังผ่านการทดสอบระยะเวลาหนึ่งปีบนเมนเน็ต โดยร่วมลงทุนในรอบใหม่ในบริษัทสตาร์เทล กลุ่มพัฒนาบล็อกเชนที่เกี่ยวข้องกับโซเนียม นำโดยกองทุน Sony Innovation Fund พร้อมเงินทุนกว่า 1,300 ล้านเยน หรือประมาณ 186 พันล้านวอน
จากรายงานเมื่อวันพฤหัสฯ สตาร์เทลเผยว่าการลงทุนดังกล่าวเกิดขึ้นหลังเมนเน็ตของโซเนียมเปิดใช้งานมาตั้งแต่มกราคม 2025 และสามารถประมวลผลธุรกรรมได้มากถึง 524 ล้านรายการ ซึ่งสูงกว่าอวาลานเช(AVAX) ที่ 442 ล้านรายการ และอัลโกแลนด์(ALGO) ที่ 383 ล้านรายการในช่วงเวลาเดียวกัน
แม้ตัวเลขจะสูง แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ‘ธุรกรรมเพียงอย่างเดียวไม่ชี้วัดถึงการใช้งานที่แท้จริง’ การเพิ่มขึ้นของ ‘กระเป๋าบล็อกเชน’ จากโซเนียมซึ่งมีมากถึง 5.4 ล้านกระเป๋า จึงถือเป็นสัญญาณที่สำคัญมากกว่าทั้งในแง่การเติบโตของผู้ใช้และความแข็งแกร่งของเครือข่าย
ทางฝั่งสตาร์เทลชี้ว่า ผลงานจาก ‘โซนี บล็อกโซลูชัน แลปส์’ และการเติบโตของระบบนิเวศเป็นเหตุผลหลักของการระดมทุนรอบใหม่นี้ โดยชี้แจงว่าโครงสร้างความร่วมมือและสิทธิการบริหารยังคง ‘ไม่เปลี่ยนแปลง’ ทั้งนี้ สตาร์เทลยังกล่าวถึงบทบาทของโทเคน USDSC หรือ ‘สตาร์เทล USD’ ที่ใช้งานอยู่บนเครือข่ายโซเนียม ว่าได้กลายเป็นจุดศูนย์กลางในการชำระเงินและประสานงานกับแอปพลิเคชันต่างๆ บนระบบแล้ว
การลงทุนรอบนี้เป็นส่วนหนึ่งของรอบซีรี่ส์ A แต่ยังไม่มีการเปิดเผยมูลค่าบริษัทอย่างเป็นทางการ
โซนีเริ่มขยับเข้าสู่โลกคริปโตอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2024 เมื่อประกาศความร่วมมือกับสตาร์เทลในการพัฒนาแพลตฟอร์ม ‘โซเนียม’ ซึ่งสร้างอยู่บนเครือข่ายอีเธอเรียม(ETH) ระดับเลเยอร์ 2 โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายเป็นนักพัฒนาที่สนใจด้านความบันเทิง เกม และแอปพลิเคชันที่เน้นผู้บริโภค
ในช่วงที่ผ่านมา โซนีได้เปิดตัว ‘มินาโตะ เทสต์เน็ต’ และมีการจัดตั้งโปรแกรม ‘โซเนียม สปาร์ค’ เพื่อสนับสนุนสตาร์ทอัปและพันธมิตรในระบบ Web3 โดยเริ่มมีผลิตภัณฑ์ใช้งานจริงในกลุ่ม NFT แม้จะมีข้อจำกัดเรื่องลิขสิทธิ์ในบางส่วน
*ความคิดเห็น* การทุ่มทุนรอบใหม่ในครั้งนี้สะท้อนว่าโซนีไม่ได้มองบล็อกเชนเป็นเพียงเทคโนโลยีทดลองอีกต่อไป แต่กำลังใช้เป็น ‘กลยุทธ์หลัก’ ในการต่อยอดคอนเทนต์และสร้างช่องทางใหม่ในการมีส่วนร่วมของแฟนๆ ทั่วโลก ซึ่งอาจกลายเป็นก้าวสำคัญในการพลิกโฉมทรัพย์สินดิจิทัลของบริษัทในอนาคต
ความคิดเห็น 0