ราคาของเหรียญเวิลด์คอยน์(WLD) พุ่งขึ้นกว่า *25%* อย่างรวดเร็ว หลังมีรายงานว่าโอเพนเอไอ(OpenAI) กำลังพิจารณานำเทคโนโลยี *ยืนยันตัวตนด้วยข้อมูลชีวมิติ* มาใช้ในเครือข่ายโซเชียลมีเดียของตน โดยอาจพึ่งพาการสแกนม่านตาซึ่งเป็นจุดเด่นของเวิลด์คอยน์
เมื่อวันที่ 24 ตามรายงานของ *Forbes* โอเพนเอไอกำลังพัฒนาแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ผู้ใช้งานสามารถยืนยันว่าเป็น "มนุษย์จริง" ผ่านเทคโนโลยีชีวมิติ ซึ่งรวมถึงไบโอเมตริกซ์แบบเดียวกับ *Face ID* ของแอปเปิล หรือที่เวิลด์คอยน์ใช้ในการจดจำม่านตา กระแสข่าวนี้ส่งผลให้ราคาเวิลด์คอยน์ทะยานแบบฉับพลันในช่วงเวลาเพียงไม่กี่นาที
เวิลด์คอยน์เป็นโครงการที่ดำเนินมานานหลายปีโดยมีแนวคิดสร้าง *บัตรประจำตัวประชากรดิจิทัลระดับโลก* ผ่านการเก็บข้อมูลม่านตา ซึ่งมุ่งตอบโจทย์ยุคใหม่ที่จำเป็นต้องแยกแยะ ‘มนุษย์’ ออกจาก ‘บอต’ โดยเฉพาะหลังจากความนิยมของแชตจีพีทีและเครื่องมือ AI แบบสร้างเนื้อหาเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงทำให้แนวคิด ‘ตัวตนดิจิทัล(Digital Identity)’ กลายเป็นคำสำคัญของยุคนี้
อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีดังกล่าวก็ไม่พ้นกระแสวิจารณ์ มีเสียงคัดค้านจากกลุ่มสิทธิมนุษยชนและองค์กรพลเมืองทั่วโลกที่กังวลว่า การเก็บข้อมูลม่านตาจะละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และอาจเกิดความเสี่ยงจากการแฮกระบบหรือการใช้ข้อมูลเกินกว่าขอบเขตที่ผู้ใช้งานยินยอม โดยหลายฝ่ายเรียกร้องให้มีความโปร่งใสในการจัดเก็บ การใช้ และการปกป้องข้อมูลชีวมิติเหล่านี้
*ความคิดเห็น*: แม้จะมีข้อถกเถียง แต่การที่โอเพนเอไอและเวิลด์คอยน์มีแนวโน้มร่วมมือกันในด้านการยืนยันตัวตนด้วยชีวมิติ กำลังส่งสัญญาณชัดเจนถึงการแข่งขันในโลก *ดิจิทัล ID* และโครงสร้างความเชื่อถือรูปแบบใหม่ของโลกอินเทอร์เน็ตในอนาคต
อนาคตจะเป็นอย่างไรยังไม่แน่ชัด แต่หากความร่วมมือระหว่างโอเพนเอไอกับเวิลด์คอยน์เกิดขึ้นจริง *การบรรจบกันของคริปโตและเทคโนโลยีชีวมิติ* อาจเปลี่ยนภาพรวมของตลาดไปอย่างสิ้นเชิง
ความคิดเห็น 0