โทเคน ‘ไฮป์(HYPE)’ ของแพลตฟอร์มดีไฟน์ Hyperliquid กลายเป็นกระแสร้อนแรงในตลาดคริปโต หลังจากทะยานขึ้นกว่า 60% ภายในเวลาเพียงสองวัน และแตะระดับสูงสุดที่ 34.90 ดอลลาร์ (ราว 49,790 บาท) ในช่วงวันพุธที่ผ่านมา โดยได้รับแรงหนุนจากความคาดหวังเกี่ยวกับการเติบโตของแพลตฟอร์มและการลดลงของแรงกดดันด้านการขาย อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่าความร้อนแรงในครั้งนี้อาจไม่มีเสถียรภาพ เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานหลายประการยังไม่สอดคล้องกับราคาที่พุ่งขึ้น
แรงผลักดันสำคัญของราคามาจากการถูกบีบปิดโพซิชันขาลง (short squeeze) ที่เกิดขึ้นในหลายตลาด ทำให้มีการปิดสถานะรวมกว่า 20 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 285.2 ล้านบาท) โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากบริษัท Hyperliquid Strategies ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหุ้นแนสแด็ก และได้รับการสนับสนุนจากบริษัทลงทุนรายใหญ่อย่าง Paradigm และ Atlas Merchant Capital ออกมาเปิดเผยว่าได้เพิ่มโทเคนไฮป์เข้าสู่พอร์ตสินทรัพย์ของตนเองผ่านการซื้อและสเตก (staking) โทเคนจำนวนมหาศาลนับล้านเหรียญ
ตามข้อมูลจากผู้ใช้งาน X (เดิมทวิตเตอร์) ‘lukecannon727’ รายงานว่าบริษัทดังกล่าวได้สะสมไฮป์กว่า 3.6 ล้านเหรียญตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว และล่าสุดมีการเคลื่อนย้ายโทเคนเพิ่มเติมกว่า 460,000 เหรียญเข้าสู่กระเป๋าเก็บสินทรัพย์เพื่อการสเตกผ่าน Anchorage อีกครั้ง ซึ่งส่งสัญญาณถึงความเชื่อมั่นในระยะยาวต่อโครงการ
แม้การใช้งานที่เพิ่มขึ้นบนแพลตฟอร์ม Hyperliquid จะถูกบางคนมองว่าเป็นปัจจัยหนุนราคา แต่ตัวเลขด้านการใช้งานโดยรวมกลับไม่ได้แสดงถึงการเติบโตที่ชัดเจน โดยเฉพาะปริมาณการซื้อขายสินทรัพย์อนุพันธ์แบบสังเคราะห์ (Synthetic Derivatives) บนเครือข่ายอีเธอเรียม(ETH) ที่ยังคงทรงตัวอยู่ นอกจากนี้มูลค่าเปิดของตำแหน่งทั้งหมดบนแพลตฟอร์มอยู่ที่ประมาณ 8.5 พันล้านดอลลาร์ (ราว 12.1 ล้านล้านบาท) ซึ่งไม่แตกต่างจากสัปดาห์ก่อนหน้า แม้จะมีการแข่งขันในตลาดสัญญาล่วงหน้าเกี่ยวกับบิตคอยน์(BTC)
ซีอีโอของ Hyperliquid อย่าง เจฟฟ์ ยัน(Jeff Yan) ได้ออกมาอ้างใน X ว่าบริษัทของเขามีสภาพคล่องบนสมุดคำสั่งซื้อ BTC มากกว่าไบแนนซ์ แต่ข้อมูลกลับแสดงให้เห็นว่ายอดสัญญาล่วงหน้าของไบแนนซ์ยังสูงถึง 12.3 พันล้านดอลลาร์ (ราว 17.5 ล้านล้านบาท) ซึ่งมากกว่า Hyperliquid ถึงห้าเท่า ขณะที่กิจกรรมการเทรดในระบบอย่างเป็นรูปธรรมยังคงจำกัดอยู่ในบางผลิตภัณฑ์เท่านั้น เช่น สัญญาเงินล่วงหน้า เป็นต้น
ก่อนหน้านี้ ราคาไฮป์เคยปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงจากแรงขายของบริษัทลงทุนอย่าง Continue Capital ที่เทขายโทเคนถึง 297,000 เหรียญ และในเวลาต่อมาก็มีการปลดล็อกการสเตกจำนวน 1.47 ล้านเหรียญ ทำให้เกิดแรงกดดันด้านอุปทานเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังมีโทเคนอีกประมาณ 1.5 ล้านเหรียญไหลกลับจากกระเป๋าที่เกี่ยวข้องกับ Tornado Cash อย่างไรก็ตาม ความกังวลดังกล่าวดูจะลดลงชั่วคราวจากปริมาณขายเข้าสู่ตลาดที่ต่ำลง
หนึ่งในปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนราคาเพิ่มเติมคือรายงานจากบริษัทลงทุน อาร์ค อินเวสต์ (ARK Invest) ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 22 ระบุว่า Hyperliquid เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มดีไฟน์ที่มี ‘ประสิทธิภาพสูงและสร้างผลกำไรได้ดีที่สุด’ แห่งหนึ่งของโลก โดยเปรียบเทียบได้กับศูนย์กลางการซื้อขายในตลาดการเงินแบบดั้งเดิม พร้อมทั้งชี้ถึงศักยภาพของการเปลี่ยนสินทรัพย์บนบล็อกเชนให้กลายเป็น ‘ผลิตภัณฑ์การเงินที่ใช้งานจริง’ ซึ่งอาจกลายเป็นองค์ประกอบหลักของโครงสร้างพื้นฐานด้านการเงินในอนาคต
ถึงแม้ไฮป์จะเคยทะลุระดับ 34 ดอลลาร์ในช่วงกลางสัปดาห์ แต่สุดท้ายไม่สามารถยืนอยู่ในระดับดังกล่าวได้ ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าการดีดตัวขึ้นในครั้งนี้มาจากแรงซื้อในระยะสั้นและภาวะบีบปิดโพซิชันมากกว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงเทรนด์ระยะกลางหรือระยะยาว พร้อมเตือนว่าสถานะราคาปัจจุบันของไฮป์อาจวิ่งแซงหน้าปัจจัยพื้นฐานของโครงการไปไกลเกินไป การเคลื่อนไหวที่จะตามมานั้นจะขึ้นอยู่กับปริมาณการซื้อขายในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โดยเฉพาะการทดสอบแนวต้านหลักที่ระดับ *40 ดอลลาร์* ซึ่งน่าจะเป็นจุดพิจารณาถึงความแข็งแกร่งของแนวโน้มใหม่อย่างแท้จริง
*ความคิดเห็น*: แม้ไฮป์จะแสดงศักยภาพในการเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่หากไม่มีการสนับสนุนจากดัชนีพื้นฐานในระดับแพลตฟอร์ม การปรับฐานของราคาในระยะสั้นอาจกลายเป็นสิ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้ลงทุนควรติดตามสัญญาณเตือนของปริมาณการซื้อขายที่ลดลงและพฤติกรรมของโทเคนจากกระเป๋าขนาดใหญ่ในตลาดอย่างใกล้ชิด
ความคิดเห็น 0