บิตคอยน์(BTC) พุ่งทะลุระดับ ‘9 หมื่นดอลลาร์’ เมื่อวันที่ 28 ก่อนจะย่อตัวลงเล็กน้อย โดยอิงจากความเคลื่อนไหวล่าสุด อีเธอเรียม(ETH) ที่แข็งแกร่งได้ส่งผลบวกต่อสกุลเงินดิจิทัลอื่นอย่าง ริปเปิล(XRP) และ โซลานา(SOL) ที่พยายามฟื้นตัวเช่นกัน อย่างไรก็ตาม บรรยากาศโดยรวมของตลาดยังคงเผชิญแรงกดดันจากการถอนเงินจากกองทุน ETF และแนวต้านทางเทคนิค จนทำให้ตลาดโดยรวมยังไม่สามารถดีดตัวขึ้นได้อย่างมั่นคง
ในขณะนี้ บิตคอยน์กำลังซื้อขายอยู่ที่ราว 89,500 ดอลลาร์ โดยปรับเพิ่มขึ้น 2% ภายในวันเดียว แต่ภาพรวมตลอดสัปดาห์ บิตคอยน์ยังคงปรับลดลงราว 1% หลังจากมีเงินทุนไหลออกจากกองทุน ETF มากถึง 480 ล้านดอลลาร์ในช่วง 6 วันล่าสุด ส่งผลให้แนวโน้มรายสัปดาห์กลับกลายเป็นลบ
ในแง่เทคนิค บิตคอยน์ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบราคาระหว่าง ‘เส้นแนวรับขาขึ้น’ กับ ‘แนวต้านขาลง’ ซึ่งยังไม่สามารถเบรกกรอบออกไปได้ กรอบราคาด้านบนที่เป็น ‘แนวต้านสำคัญ’ อยู่บริเวณ 97,000-98,000 ดอลลาร์ หากไม่มีแรงซื้อและกระแสเงินลงทุนใหม่ผ่าน ETF เข้ามาหนุน ราคามีโอกาสถอยมาต่ำกว่าระดับ 85,000 ดอลลาร์อีกครั้ง
ริปเปิล ก็เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว โดยราคาปรับขึ้นรายวันราว 2% ได้รับแรงหนุนจากอีเธอเรียมที่ฟื้นตัวใกล้ 3% ภายใน 24 ชั่วโมง แม้บิตคอยน์จะยังกุมความได้เปรียบด้าน ‘อิทธิพลตลาด’ หรือที่เรียกกันว่า Dominance ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็น 59.1%
ราคาของ XRP ยังเคลื่อนไหวภายใน ‘แนวโน้มขาลง’ แต่เริ่มฟื้นตัวจากแนวรับสำคัญที่ 1.80-1.85 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดที่ราคาทดสอบซ้ำหลายครั้งจนกลายเป็นแนวรับเชิงโครงสร้าง อย่างไรก็ตาม เครื่องชี้ RSI ยังอยู่ที่ระดับ 43 ซึ่งไม่สูงพอที่จะยืนยัน ‘แนวโน้มขาขึ้น’ ได้ชัดเจน หาก XRP สามารถทะลุแนวต้านสำคัญที่ 2.30-2.35 ดอลลาร์ได้ จึงจะมีโอกาสขยับต่อไปยัง 2.50 และ 3.00 ดอลลาร์ตามลำดับ แต่ก่อนถึงจุดนั้น ยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัวที่มั่นคง
โซลานา เองก็กำลังทดสอบแนวรับที่ 118-120 ดอลลาร์ และแสดงให้เห็นถึงแรงซื้อพอประมาณในระดับดังกล่าว อย่างไรก็ดี แนวโน้มยังชัดเจนว่าอยู่ใน ‘ช่วงปรับฐาน’ โดยนักลงทุนยังรอให้ราคาทะลุแนวต้านที่ 140-145 ดอลลาร์ เพื่อยืนยันการพลิกกลับเทรนด์เป็นขาขึ้น หากสามารถฝ่าด่านนี้ได้ มีโอกาสเห็นราคาวิ่งต่อถึง 200 หรือแม้แต่ 250-260 ดอลลาร์
หากแนวรับปัจจุบันไม่สามารถยืนอยู่ได้ ราคาของ โซลานา อาจร่วงไปทดสอบระดับ 105-95 ดอลลาร์อีกครั้ง แม้สภาพตลาดยังผันผวน แต่ในเชิงพื้นฐาน โซลานายังคงได้รับคะแนนบวกจาก ‘การขยายตัวทางเครือข่าย’ และ ‘กิจกรรมออนเชน’ ที่ยังคงคึกคัก ซึ่ง ‘ความคิดเห็น’ จากนักลงทุนหลายฝ่ายมองว่า หากตลาดฟื้นตัวอย่างจริงจัง โซลานาจะเป็นหนึ่งในเหรียญที่ฟื้นตัวได้เร็วที่สุด
ขณะที่ตลาดยังไม่สามารถฟื้นตัวอย่างยั่งยืน บางโครงการกลับกลายเป็นจุดสนใจใหม่อย่างชัดเจน โดยเฉพาะ ‘บิตคอยน์ ไฮเปอร์(Bitcoin Hyper)’ ซึ่งเป็นโปรเจกต์บน ‘เลเยอร์ 2’ ของเครือข่ายบิตคอยน์ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อถ่ายทอดความรวดเร็วและค่าธรรมเนียมต่ำในระดับเดียวกับโซลานา สู่เครือข่าย BTC เดิม
บิตคอยน์ ไฮเปอร์ นำเสนอวิสัยทัศน์ที่น่าสนใจ ทั้งในด้าน ‘ระบบจ่ายเงิน’, ‘สมาร์ตคอนแทรกต์’, ‘แอปกระจายศูนย์(dApp)’ ไปจนถึง ‘การสร้างเหรียญมีม(meme token)’ โดยยังคงรักษาความปลอดภัยและความเชื่อมั่นตามแบบฉบับของบิตคอยน์ ขณะนี้โครงการสามารถระดมทุนร่วมใน Presale ได้มากกว่า 31 ล้านดอลลาร์ โดยขายโทเคน $HYPER ในราคา 0.0136 ดอลลาร์ พร้อมผลตอบแทนจากการสเตกสูงสุดถึง 38% ต่อปี ซึ่งเป็นจุดขายที่โดดเด่นมาก
โครงการยังได้ผ่านกระบวนการ ‘ตรวจสอบความปลอดภัย(Audit)’ แล้ว และกำลังพัฒนาเครื่องมือในระบบนิเวศ เช่น กระเป๋าสตางค์ดิจิทัล, บริดจ์ และเอ็กซ์พลอเรอร์ ซึ่งหากเครือข่ายบิตคอยน์ยังคงเติบโตและต้องตอบโจทย์การใช้งานจริงมากขึ้น *บิตคอยน์ ไฮเปอร์* อาจกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานรุ่นใหม่ได้ไม่ยาก
ในภาพรวม ทั้งบิตคอยน์และเหล่า ‘อัลท์คอยน์’ กำลังรอจุดเปลี่ยนที่ชัดเจน ซึ่งอาจขึ้นอยู่กับ ‘แรงซื้อใหม่จาก ETF’, ‘ทิศทางเศรษฐกิจมหภาค’, และความสามารถของบิตคอยน์ในการนำตลาดไปสู่ขาขึ้นอย่างมั่นคง จึงมีความเป็นไปได้ว่า ‘การทะลุแนวต้านครั้งถัดไป’ จะกลายเป็นจุดชี้เป็นชี้ตายของทิศทางตลาดคริปโตในระยะกลาง
ความคิดเห็น 0