รัฐบาลเกาหลีใต้เดินหน้าเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลอุตสาหกรรมคริปโต โดยรัฐสภาได้ผ่านร่างแก้ไขกฎหมายที่เพิ่มข้อกำหนดการตรวจสอบผู้ประกอบการคริปโต ให้ครอบคลุมถึงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ นอกจากนี้ยังรวมถึงมาตรการใหม่อย่างการอนุมัติใบอนุญาตแบบมีเงื่อนไขและการแจ้งบทลงโทษของอดีตพนักงาน มาตรการนี้คาดว่าจะส่งผลต่อทั้งผู้ให้บริการสินทรัพย์เสมือนภายในประเทศและบริษัทต่างชาติที่ต้องการเข้าสู่ตลาดเกาหลีใต้
เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) รัฐสภาเกาหลีใต้ได้ลงมติผ่านร่างแก้ไข ‘พระราชบัญญัติข้อมูลการเงินเฉพาะกิจ’ ที่มุ่งเน้นยกระดับข้อกำหนดสำหรับผู้ให้บริการสินทรัพย์เสมือน(VASP) โดยจะมีช่วงเวลาผ่อนผัน 6 เดือนก่อนเริ่มมีผลบังคับใช้
หนึ่งในสาระสำคัญของร่างแก้ไขครั้งนี้ คือ ‘การตรวจสอบประวัติและคุณสมบัติผู้ถือหุ้นรายใหญ่’ ซึ่งนอกเหนือจากการตรวจสอบกรรมการบริหารของบริษัทเหมือนเดิมแล้ว ผู้ถือหุ้นหลักของบริษัทที่ยื่นขอใบอนุญาตจะต้องอยู่ภายใต้การตรวจสอบด้วย เช่น ประวัติอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน การเลี่ยงภาษี การละเมิดกฎหมายการแข่งขัน และความผิดทางเศรษฐกิจร้ายแรง เป็นต้น
องค์กรวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินของเกาหลีใต้ (FIU) จะได้รับอำนาจมากขึ้นในการพิจารณาให้หรือไม่ให้ใบอนุญาต โดยสามารถประเมินจากปัจจัยต่าง ๆ อาทิ ความมั่นคงทางการเงินของบริษัท ระบบควบคุมภายใน และความน่าเชื่อถือในภาพรวม
นอกจากนี้ กฎหมายฉบับปรับปรุงยังเปิดทางให้ FIU ออกใบอนุญาตแบบ ‘มีเงื่อนไข’ ได้ กล่าวคือ ในกรณีที่พบความเสี่ยงบางประการ FIU สามารถตั้งเงื่อนไขให้บริษัทดำเนินการปรับปรุง ก่อนอนุมัติใบอนุญาตฉบับเต็ม ซึ่งสะท้อนเป้าหมายชัดเจนว่า *ต้องการเพิ่มการป้องกันการฟอกเงินและเสริมสร้างความปลอดภัยให้ผู้ใช้งาน*
อีกมาตรการสำคัญคือ การบังคับให้มี ‘การแจ้งบทลงโทษของอดีตพนักงาน’ โดยเฉพาะอดีตเจ้าหน้าที่ในภาคการเงินที่ถูกลงโทษตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ บริษัทจะต้องได้รับการแจ้งเตือนหากมีการจ้างงานบุคคลดังกล่าว และเก็บบันทึกเพื่อเป็นหลักฐาน กฎใหม่นี้เกิดขึ้นเพื่อป้องกันกรณี ‘เจ้าหน้าที่เกษียณ’ ใช้ความสัมพันธ์หรือความรู้ภายในเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ
ขณะเดียวกัน หน่วยงานกำกับดูแลการเงินกำลังพิจารณาจำกัด ‘สัดส่วนการถือหุ้นของผู้มีอำนาจควบคุมในตลาดแลกเปลี่ยนคริปโต’ ให้ไม่เกิน 15–20% โดยอ้างอิงหลักคิดว่าบริษัทเหล่านี้ควรถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม ‘โครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน’ คล้ายกับบริษัทหลักทรัพย์
อี ยงกวอน ประธานคณะกรรมการบริการทางการเงิน กล่าวว่า ต้องมีการพิจารณาว่าตลาดแลกเปลี่ยนคริปโตไม่ใช่แค่บริษัทเอกชน แต่คือ *องค์ประกอบสำคัญของระบบเศรษฐกิจดิจิทัล* จึงต้องมีกรอบกำกับที่รัดกุมขึ้น ข้อเสนอนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมออก ‘กฎหมายพื้นฐานสินทรัพย์ดิจิทัล’ ซึ่งรัฐบาลยังไม่เผยกำหนดที่แน่ชัด
ความคิดเห็น: ท่าทีล่าสุดของภาครัฐเกาหลีใต้แสดงชัดว่า *นโยบายกำกับดูแลมีทิศทางแน่นอน* และต้องการยกระดับให้เทียบเท่ามาตรฐานระดับโลก อย่างไรก็ตาม ความเข้มงวดที่เพิ่มขึ้นนี้อาจทำให้ผู้ประกอบการหลายรายต้องปรับยุทธศาสตร์ใหม่อย่างเร่งด่วน ทั้งในแง่การบริหารจัดการ ความโปร่งใส และการปฏิบัติตามข้อกำหนดใหม่อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านกฎหมายและคงไว้ซึ่งโอกาสในตลาดที่เติบโตเร็วอย่างเกาหลีใต้
ความคิดเห็น 0